trips

Camping on Sunshine

posted on 03 Nov 2007 16:05 by croquette  in trips


เข้าค่าย !!!!

รู้สึกว่าห่างหายจากคำนี้ไปนานตั้งกะขึ้นม.ปลาย  ไม่รู้เลยว่าอยู่มหาลัยก็ยังมีเข้าค่ายด้วยเหรอเนี่ย?  หมายถึงว่าค่ายที่บังคับไปไม่งั้นจะไม่ผ่านวิชาเรียนน่ะ  เพราะถ้าเป็นพวกค่ายปลูกป่า, ค่ายสอนน้อง งี้  ไอ่แป้งคงไม่ค่อยอยากเท่าไหร่อะ  55+  ชอบนะ  แต่ว่าขี้เกียจ -___-

นี่ก็ขี้เกียจพอกันเลย... ถึงได้เพิ่งมาอัพไง!!  กั่กๆๆๆๆ   ก็นะ ความจริงทริปนี้แบบผ่านมาเป็นเดือนๆ แล้วแหละ  ตั้งแต่วันที่ 14-16 กันยา นู่นนน  จะสองเดือนแล้วจ้ะหนู.... -*-  ไม่เป็นไร  ความจำเรายังแม่นอยู่  เพราะค่ายนี้มันสนุกสนานมากกกกก  ที่คิดว่า "คงจะลำบากแหงๆ"  ก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้เลย  ได้ทำนั่น นี่ โน่น แบบที่ไม่เคยทำด้วย  โอ้ยย เยอะแยะมากมาย ^@^



ก่อนไป...

ไอ่แป้งรู้สึกเซ็งมากกก ค่ะ  ที่รู้ว่าไปเข้าค่ายวิชา camping นี่มันตรงกับช่วงกีฬาเฟรชชี่!!  โหย เศร้าสุดอะ  ไม่อยากไปๆๆๆ  แต่ถ้าไม่ไปก็จะไม่ผ่าน  แล้วก็มีบางคนที่ไปขอดรอปวิชานี้กันเลยทีเดียว  เออะ... พวกเมิงเปนไรมากปะ  (ว่าเค้า  แต่ก็อยากดรอปบ้างงงง  กีฬาเฟรชชี่สำคัญกว่าาาาาา)  แล้วก็ไปครั้งนี้มี มนุษ เอกอิ๊งกศบ. กับเอกดิชั้น แล้วก็ พละเอกสุข  O_o  ว่าววววว  55+  แต่ตอนแรกแม่งไม่รู้มีใครคาบข่าว(มั่วๆ)มาบอก ว่าจะได้ไปกับหมอด้วย  กั่กๆๆๆ  ปป. แกจะต้องตกเปนของช้านนนนนน  อิอิ... แต่ว่าก็บอกแล้วว่ามั่วไง -*-  มีคนไป 3 เอกแค่นี้นี่แหละจ่ะ

แล้วกระเป๋าที่หอบไปนะ ใบใหญ่มากกกก  ตกใจว่าทำไมกุเอาของไปเยอะขนาดนี้เลยรึ?  คนอื่นแบบเป้ใบเดียวเอง  แต่คือเราไม่มีเป้อะ  ก็เอากระเป๋าลาก(ใบเล็กแล้วนะ)ไป  เพื่อนแม่งแซวหาว่า...มึงจะไปเป็นแอร์โฮสเตสที่ชัยภูมิเหรอ?

อ่อ  ลืมบอกจุดหมายทริปนี้...  อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ  !!
กรู๊ววววว  ไกลดีว่ะ  >__<





"วันไป" ศุกร์ 14 กันยา

วันศุกร์มีเรียนแคมป์  แต่ยกเลิกไม่ต้องเรียน เพราะให้เวลานิสิตจัดกระเป๋า กั่กๆๆๆๆ  หนูจัดเสดเป็นอาทิตย์แล้วจารรรรร  แต่ว่าตอนสิบโมงมีเรียนคอมต่ออีก  แม่งงแบบว่ายกเลิกก็ไม่ได้ ต้องเรียน  เซ็งสุดดดด  แล้วใส่ชุดเกงวอร์ม+เสื้อฮิว ไปเรียน... เออ แปลกใหม่ดีว่ะ  ชอบๆๆๆ  กูแบบ...ห้าวสุด!  แถมวันนั้นโดนโค้ชทักว่า ...แป้ง ไมเซอร์จังวะ... เออะ ชั้นไม่ถือว่านั่นคือคำชมนะยะ  กรี๊ดดดดด  แกหาว่าชั้นซกมกเรอออออ  เด่วจับจูบซะ!

กินข้าวกันเสดก็ลากกระเป๋าไปยิมสอง  ร้อนสุด  เริ่มเซ็งกันแล้ว  ไปเหนหน้าอิ๊ง กศบ  เซ็งหนักเลย ไม่ใช่อะไรหรอก แบบพวกชีโคดไฮเปอร์ดี๊ด๊ามาก  ดูสนุกสนาน  ในขณะที่ซีแอวกำลังจะเป็นบ้า  แถมเจอหน้าเอกสุขก็แบบ...เออะ พวกมันจะกัดชั้นมั้ย?  555+  นั่นคือความประทับใจแรกต่อเพื่อนร่วมทริป

รถบัสที่นั่งไปเป็นแบบ...ฉิ่งฉาบทัวร์ -*- ยังงั้นเลย  แล้วคนขับก็นะ ยังไม่ทันออกจากมอ  ก็มีหลงค่ะ  ตกใจมาก  ทำไมขับไปขับมาแล้ววนอยู่แค่ตรงจระเข้เผือก  เย้ยยยย  งี้พวกหนูจะไปหลงป่าที่ชัยภูมิมั้ยเนี่ย  5+  ระหว่างทางไปบนรถก็สันทนาการกันตลอดเวลา  บาย อิ๊ง กศบ  พวกชีพลังงานเหลือเฟือสุดริดอะ  ซีแอวหลับ, เอกสุขเงียบ  แต่อิ๊งกศบ แคนดู  เซิ้งกันระเบิด  ยอมรับเลยว่ะเอกนี้  กั่กๆๆๆๆ

 


[ บรรยากาศบนรถ...เอกสขุใส่เสื้อแดงจ่ะ ]



นั่งรถไปก็.. เกือบ 5 ชั่วโมงได้มั้ง?  รึเกินนั้น?  แต่แบบว่ายาวนานมากกกกกก  มากที่สุด  ทำไมเมืองไทยใหญ่โตอย่างนี้  รู้ว่าไกล แต่ไม่น่าไกลขนาดนี้นะ  จะบอกว่ากว่าจะออกจากนครนายกก็นานแล้วเหอะ  อ้อมภูเขาอยู่นั่นแหละ  55+  รักน้าาาองคเลิฟ

กว่าจะถึงก็หกโมงไปแล้ว มืดแล้ว! อากาศหนาวด้วย  หนาวจิงๆนะ  เพราะมันเปนภูเขาน่ะ  พอถึงปุ๊บก็ต้องไปกางเต้นท์!  กรี๊ดดดดด  จะได้นอนเต้นท์ด้วย  ดีใจจจจ  ไม่เคยนอน  55+  แต่ว่าเรื่องลำบากสุดก็คือกางเต้นท์เองนี่หละ  ลำบากจิง  แรกๆ งงมาก ทำไงก็ไม่เป็น  ไอ่แป้งเลยไม่ได้ทำไรนอกจากยืนถือตะเกียงส่องให้เพื่อนทำ  แล้วก็  "ปักสมอ"  งานถนัดสุด  ฮ่าๆๆๆ  แต่การปักสมอแล้วรูดไอ่เชือกๆ ให้มันตึงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี  สำหรับคนอย่างชั้น - -"

 

 


[ ต้นไม้มากมายในค่าย ]

 



จากนั้นมีพิธีเปิดค่าย  แนะนำพี่ที่ค่าย  ซึ่งก็เปนพี่ปอโท นี่แหละ  55+  แต่หน้าแต่ละคนแบบ...จิงหรอ?  หน้าไม่ค่อยมีสาระอะ  กั่กๆๆๆ  คือพี่เค้าฮาไง  ฮาโคดดดด แค่เหนหน้าก็ขำแล้ว  แต่ก็ต้องหน้าแบบนี้สินะถึงจะเรียน นันทนาการ ป.โท  ได้?  แค่เหนหน้าก็เหมือนเอนเตอร์เทนคนได้ทั้งค่าย  อะไรแบบนี้

 


[ สะพานตรงป่า  ไม่รู้ทำไว้ทำไม? ]



กลางคืนมีเข้าฐานเล็กๆ  แบบไร้สาระดี  เล่นเกมอย่างเดียว  เกมก็น่าร้ากกก  อย่างเช่น  หนีบจานส่งกัน,  แข่งวาดดอกไม้(?),  เล่นหมากเก็บ,  สันฯ nonstop  แต่ก็เหนื่อยน่าดุว่ะ  -*-  จากนั้นเข้านอน  กรี๊ดดดด คืนแรก   ...อยากร้องไห้มาก  เนื่องจากกุไม่ได้เอาหมอนกะผ้าห่มมา  ใครจะรู้คะว่ามันจะหนาว(ความจริงเค้าก็รู้กันหมดทุกคนนะ)



"ขึ้นเขา + สันฯกระจาย!"  วันเสาร์ 15 กันยา

ตอนเช้าอากาศดีมากกกกกก  ข้างนอกน้ำค้างเต็มเลย  สมกับที่เป็นบนเขาจริงๆอะ  >___< คุณแป้งรู้สึกมีความสุข 55+  แล้วก็ไม่ได้อาบน้ำด้วย  คนส่วนใหญ่เค้าก็ไม่อาบน้ำนะ หุยย  ใครจะอาบ?

ช่วงเช้าทำไรอะ?  ลืมไปแล้วน่ะ  รู้สึกว่าจะเล่นเกมเป็นฐานอีกแล้ว  เกมก็หนุกหนานหาสาระไม่ได้เหมือนเคย  55+  บ้า ความจริงแล้วมันมีสาระแฝงอยู่ย่ะ  อย่างเช่น  ไอ่เกมปิดตาแล้วพาเพื่อนเดินลงเนิน วนต้นไม้  (กั่กๆๆ เกมนี้ชั้นได้จับคู่กะผู้ช. เอกสุข  ด้วยความแร่ดส่วนตัว)  จารยิ้มก็จะบอกว่าเนี่ยเป็นการฝึกความเชื่อใจเพื่อนนะ  หรืออีกเกมที่ถ้าอีบอมมามันคงชอบน่ะ  เด็กศิลกำ  555+  เปนเกมให้สมมติว่าตัวเองเป็นสัตว์ในสวนสัตว์  แล้วก็มีเพื่อนมาเดินดู  ทุกคนรีบเป็นสัตว์กันหมดเลย  แม้แต่หนอน ไส้เดือน แม่งก็เป็นกัน  เออะ..  กุละเปนไรดี?  ก็เลยบอกว่า... งั้นหนูขอเป็นรูปปั้นเทพีในสวนสัตว์แล้วกัน!  (มันสัตว์ตรงไหนวะ?)  แต่ก็ไม่มีใครค้าน 555+  ส่วนบทที่ได้รับคือ...โดนถูขอหวย  -*-  เป็นบทที่เด่นมาก  เพราะยืนตรงกลาง  เป็นสง่าสุดๆ  อยากดูวิดีโอของจารพี่โตนฟ่ะ

 


[ ต้นอะไรไม่รู้  ดอกเล็กๆสีขาว น่าร้ากกก ]


กินข้าวกลางวันๆๆๆ  อาหารที่นี่อร่อยนะ  แถมเติมได้ไม่อั้นด้วย  กั่กๆๆๆ  จากนั้นก็เป็นการเดินเขาที่รอคอย!  คือพอดีช่วงที่เค้าแนะนำน่ะ ไม่ได้ฟังว่ะ  เลยไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร  รู้แต่ว่า  เดินไปในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามนี่แหละ แล้วก็จะขึ้นๆๆๆ ไปบนเขาที่สูงๆๆ  ที่เค้าเรียกกันว่า  "สุดแผ่นดิน"  โว้วว ดูไฮโซเนาะ  จำไม่ได้ว่ามันเป็นเขตติดกับอะไร  จังหวัดอะไรซักอย่างล่ะมั้ง  แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ติดชายแดนน่ะ -___-  

ตอนเดินช่วงแรกๆ สนุกกันมากกกก  ถ่ายรูปร่าเริงกันไปตลอดทาง  แล้วก็ตื่นเต้นกับหินรูปร่างสวยๆประหลาดๆ  สมกับชื่อว่า "ป่าหินงาม"  มากเลย...  แบบ นี่มันสโตนเฮนจ์เหรอวะ?  อะไรแบบนี้  อาจารย์ยิ้มมีไปแสดงกายกรรมบนผาหินสูงๆ ด้วย  ยืนดูข้างล่างโคดเสียวเลย  ตอนแรกเค้าก็เดินกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆนะ แต่ไปๆมาๆ  เหลือกันสามคน  ได้ไงไม่รู้  55+  เกือบหลงมั้ยล่ะ  เพราะมัวแต่รออีเกรซถ่ายรูป กุก็ถ่ายด้วยแหละ  แล้วก็เป็นโรคจิต  ชอบถ่ายอะไรเล็กๆ น้อยๆ  ที่มันไม่เกี่ยวกับที่เที่ยวเลย  คือไม่ได้ถ่ายหินสูงๆเริ่ดๆ มาเลยน่ะ  

 

 


[ ก้อนหินน่าร้ากกกก เป็นรูปหัวใจด้วย ]

 




เออ ช่วงเดินอยู่ในป่าหินนะ  ไอ่แจนเป็นลมด้วย  -__-   กุล่ะเครียดแทนมันและคนดูแลมันจริงๆ  ขณะที่ซีแอวนั่งเซ็งแบบ  ห่วงเพื่อนก็ห่วงนะ  แต่ในความห่วงก็มีความ...เลวนิดๆ  อยู่ด้วย(อ่าวววว)  แล้วอิ๊ง กศบ  ก็สันกันกระจายอยู่ตรงนั้นเลย  ทึ่งในความไฮเปอร์ของเอกนี้จริงๆ ว่ะ  แบบมันร้องเพลง+เต้นกันไม่หยุดมาตลอดทางเลย  ความจริงต้องบอกว่าตั้งแต่เช้าเลยมากกว่าน่ะ  มองแล้วอีแป้งก็ถอนใจในสังขารตัวเอง  คือมาแค่นี้กูยังเหนื่อยเลย!

 


[ อีกมุมสวยๆ ]



เพิ่งได้เห็นกล้วยไม้ป่าเป็นครั้งแรกแหละ  ว่ามันจะขึ้นเป็นเหมือนเครือกล้วย... ไม่ได้ถ่ายรูปไว้แฮะ แต่น่ารักดี  เหมือนกล้วยเครือนึงวางอยู่บนหินน่ะ  มันจะตูมๆ ยาวๆเรียวๆ  เหมือนกล้วยเลย  แต่นั่นคือดอกกล้วยไม้นั่นเอง(มิน่าเค้าถึงเรียก กล้วยไม้)

 


[ เปล่า นี่ไม่ใช่ดอกกล้วยไม้เน่อ -___- ]



พ้นจากป่าหินงามก็เป็นป่าขึ้นเขา..  ระหว่างทางก็มีดอกกระเจียว  คือความจริงเค้าว่าที่นี่มันเปนทุ่งดอกกระเจียวนะ  แต่ตอนนี้ไม่ใช่หน้ามัน(แล้วหน้ามันนี่ฤดูอะไรก็ลืม  ไม่ได้ฟัง..) กรี๊ดกร๊าดกันมากมายกับหนอนตัวเบ้งง  ใหญ่มากกก  55+  แล้วตามทางเดินขึ้นไปมันก็คือทางหน้าผาน่ะ ก็จะเห็นข้างล่างหมดเลยว่าที่เรายืนอยู่ตอนนี้มันสูงมากกกกกกก  (แอบอยากผลักคนบางคนให้ตกลงไปซะ.. ฆาตกรรมอำพรางคดีซะเลย)  แล้วก็ยิ่งสูงยิ่งหนาว 55+  ไม่ใช่ แบบว่ามันยิ่งความกดอากาศต่ำอะ  รู้สึกหายใจไม่สะดวกแล้วก็เหนื่อยง่ายมากๆ  

แต่
ใน
ที่
สุด....เราก็มาถึงจุดสุดยอดจนได้ค่ะ...."สุดแผ่นดิน" !!!!

 

 


[ สวยมากก  ไปยืนตรงนั้นน่ะสวยจริงๆนะ ]

 




ว้าวววววววว..  ความรู้สึกที่ได้เห็นแบบ  โอ้วววว  พิชิตยอดเขาได้แล้วว  ข้างล่างมองไปแบบว่าสูงมากๆๆๆๆๆ  เพื่อนส่วนใหญ่มันจะนั่งถ่ายรูปกัน  เราก็แบบ  เดินไปอีตรงที่ชะแง่งยื่นออกไป  ตรงนั้นเสียวมาก  แล้วก็ไปนอนแผ่  นอนถ่ายรูป (กับจุ๊ก.. กรั่กๆๆๆ เข้าค่ายนี้เค้าเดทกับจุ๊ก) รอดูพระอาทิตย์ตกดิน  เห็นหมอก  เห็นแสงที่ลอดผ่านหมอก  โอ้วว มันช่างสวยอะไรแบบนี้  แต่อย่าเผลอมองลงไปข้างล่างตรงๆเชียว จะรู้สึกมึนหัวหรือนี่จะคือโรคกลัวความสูง?  ไม่ๆๆๆ  แต่ก็ยังดีกว่าไอ่อ้ำที่เป็น  "โรคกลัวที่แคบ"  เหอะๆๆๆ

แต่ว่าไม่ได้อยู่รอพระอาทิตย์ตกดิน  เพราะอาจารเรียกให้ลงไปเตรียมทำกับข้าว  คืนนี้เราจะอยู่บนสุดแผ่นดิน  มีรอบกองไฟอยู่บนนี้  เย้ๆๆๆๆ  ก่อนลงไปซีแอวก็บูมประกาศศักดา  55+  แป้งเสนอให้บูมเบฯ  แม้ที่นี่จะไม่มีเบให้กิน  ก็ได้แต่หวังว่าเสียงบูมเบของเราจะดังไปถึงปสม!! (เชิญมึงเพ้อไปคนเดียว - )  อันนี้อัดวิดีโอไว้ด้วย  ได้ดูแล้ว  รู้สึกว่าตัวเอง...เปนบ้าอะไรหรอ?  55+  ร่าเริงเกินเหตุ  อีแอนด้วย ไม่ใช่กุคนเดียวจ่ะ


[ หน้าบานเชียวหนู.... -*- ]



จากนั้นเป็นการทำอาหารที่...ไอ่แป้งไม่ได้ช่วยอะไรอีกเช่นเคย  หน้าที่ที่ดีที่สุดคือ...ถือไฟฉายส่อง  บางทีก็ตะเกียง  -*-  เปนภารกิจระดับชาติทีเดียว  เพราะที่นั่นมันมืด + ไม่มีไฟ  กับข้าวกลุ่มชั้นคนทำคือ เมษ์เอกสุข  ที่เปนชายหนุ่ม(แท้ๆ)เพียงคนเดียวในกลุ่ม!  55+  ไม่น่าเชื่อ  แต่ก็กินไปแล้วและอร่อยด้วย  หรือว่าเราหิว?  น่าจะอย่างหลัง  จากนั้นก็เตรียมเรื่องที่จะแสดงรอบกองไฟ  

 


เออ มีอะไรจะบอก...
บนนนั้นเห็นดาวชัดมากเลย  ถ้าเกิดว่าเก่งดาราศาสตร์อาจจะดูออกเลยว่าตรงนี้ๆ เป็นกลุ่มดาวอะไร  เพราะมันเยอะมากกกก ไม่เคยเห็นดาวชัดๆ เยอะๆ ขนาดนี้มาก่อน  เหมือนยืนอยู่บนทางช้างเผือก 555555+


นั่นแหละ จากเหตุผลข้างบน  เรื่องแสดงรอบกองไฟของกลุ่มดิชั้นเลยออกมาเป็น  โกโบริ+อังศุมาลิน  (เพลงประกอบไง.. วิญญาณชั้นรอ ที่ทางชางเผือกกก)  พระเอกคือ อิเมษ์เอกสุข  กับนางเอก คือ มะปราง  กรุ๊วววว  กุเหรอ?  อ่อเล่นเป็นชาวบ้านที่โดนระเบิดตายน่ะ -*-  อ่ะๆๆ เรื่องนี้มีเลิฟซีนด้วยนะ 5555+   กลุ่มที่สนุกสุดคือ..  ไม่รู้ว่ะ  เราชอบกลุ่มจุ๊กที่เล่นมิวสิค แทงข้างหลัง  อะ กรี๊ดดด >__<  ฮาาาาาา

 


[ นี่แหละ....พระอาทิตย์ตกดิน.....โดนหมอกบังง่า  อดเห็นเรย ]



เล่นๆไป  จะถึงกลุ่มสุดท้ายฝนก็เริ่มตก  เออะ คิดดู  นั่งรอบกองไฟ แล้วพี่ค่ายก็เอาพลาสติกที่ไว้ปูนั่งมาให้น้องๆคลุมหัว 555+  เรื่องลำบากกว่านั้น ตอนกลับ  ต้องเดินลงเขาแล้วขณะนั้นก็สี่ทุ่มแล้ว  เออะ  มืดมาก  ฝนตก  แถมเดินลงเขา!  ลำบากกว่านี้มีอีกปะ  ก็นั่นแหละก็ต้องเดินน่ะ  ก็เอาพลาสติกผืนใหญ่ๆ มาคลุมหัวแล้วเกาะๆ กันเดินลงไป  ดีนะที่ขากลับทางมันเป็นถนนลาดๆ ไม่ใช่เดินฝ่าป่าเขาลำเนาไพรไม่งั้นกุว่าได้ตายกันไปข้างแน่ๆ  ตอนกลับรู้สึกประทับใจประธานนุ่นมากๆๆๆ  คืออยู่กลุ่มเดียวกันแล้วเดินข้างกันไง  แล้วตอนนั้นน่ะ  ต้องเดินถือพลาสติกคลุมหัวไว้สูงๆ  แล้วก็เดินไกลมาก  คนถึกอย่างชั้นก็เหนื่อยได้นะเว่ย  หน้าเริ่มซีดๆ นุ่นก็แบบ แป้งเมิงเปนไรรึป่าว  ไม่ไหวบอกนะ  แล้วก็ประคองกูไปตลอดทาง  ราวกับเป็นแฟนหนุ่มเลยทีเดียว >___<  อ๊าาาา  ทำไมคนที่เดินข้างชั้นไม่ใช่ไอ่คนที่แย่งหมอนชั้นไปกอดเมื่อตอนจะออกจากอครฟะะะะะ  จะอาวคนน้านนนนนน (ความรู้สึกตอนนั้นน่ะ  ไม่ใช่ตอนนี้ -*-)

ถึงที่พัก แทบตายกันไป  แถมยังต้องมาแย่งห้องน้ำกันอีก  เพราะห้องน้ำน้อย  คนก็ไมได้เยอะอะไรหรอกนะ  แต่ว่าห้องน้ำน้อย -___-  พวกไอแป้งไม่อยากรอเลยไปเข้าห้องน้ำชาย  55+  แหม ก็ผุ้ชายที่มาด้วยมันน้อยมากกก ไม่ถึง 10 คนเลยอะ  ก็เลยนะ  นิดนึง  อิอิ

คืนนี้ผ่านไปด้วย... มาม่า  ไมโลซอง  แบบแห้งๆ  คือกินแบบไม่เติมน้ำ  ซึ่งเป็นการค้นพบว่าอร่อยเหมือนกันนี่หว่า  ว่างๆลองดูนะไมโลแบบไม่ใส่น้ำ  สุดยอดดดดดอะ!

เออ แต่มีเรื่องลำบากสำหรับบางเต้นท์ว่าน้ำมันเข้า  แต่เต้นท์กูสบายดี  555+ งี้แหละ  คนสวยผีคุ้ม...เอ้ย  คนดีๆๆ




"ลาล่ะนะ"  วันอาทิตย์ 16 กันยา

วันนี้ตื่นแต่เช้า(...ไม่อาบน้ำเช่นเคยแหละ)  แล้วพวกอาจารย์ค่ายก็ถือไมค์มาแซวเด็กที่เดินผ่านไปมา 555+  รู้สึกเช้านี้แฮปปี้ว่ะ  เพราะจะเป็นวันกลับมั้ง  แต่ว่าชีวิตที่นี่มันก็สบายดี  ถ้าเกิดเต้นท์ใหญ่ + พื้นแข็งแรงกว่านี้หน่อยนะ ให้อยู่เป็นอาทิตย์ยังได้!

ตอนสายๆ ก็มายืนล้างอุปกรณ์ทำอาหารของเมื่อวานกัน  กรี๊ดดด ขัดกันเข้าไป 555+  แล้วก็มียายคนนึงหาบขนมมาขาย  เค้าเรียกอะไร?  ขนมใส่ไส้ เรอะ?  ใช่ปะ  แบบที่มันเป็นห่อสามเหลี่ยมๆ  แล้วข้างในเป็นไส้หวานๆนะ  อันละเท่าไหร่จำไม่ได้  ห้าบาทรึป่าว แต่ว่าใหญ่มากๆๆ   ไอ่แป้งซื้อมาซะเยอะเชียว  แล้วมันก็อร่อยด้วย  >___<  พูดแล้วก็อยากกิน

 


[ ดอกกระเจียวที่บานฉ่ำอยู่หน้าค่าย ]



จากนั้นไม่มีอะไรมาก  ทำพิธีปิด  แล้วก็กินข้าวกลางวัน ที่มื้อนี้พิเศษสุด เป็นปลาร้านั่นเองค่ะ!  หลายคนแบบ เปรี้ยวปาก  อยากกินตั้งแต่เหยียบค่ายแล้ว อะนะ ก็ชัยภูมินิ  เพื่อนร่วมทริปมีสาวอีสานเยอะ  แต่พอมันมาเจอปลาร้าที่นี่แบบ..อึ้งกันไป  เพราะเป็นต่อนแบบ  เยอะมาก  แป้งไม่ได้กินหรอก  แต่สาวอีสานแท้ที่ชอบๆๆ เลิฟๆกะปลาร้ามันยังว่ากินไม่ไหว  เพราะเค็มมาก  แล้วก็เหนียว  เออ...ฟังๆ มาน่ะ  แต่ไม่ได้ลองกินกะเค้าเลย  555+

จบข้าวกลางวันก็คือเวลากลับ ออกจากนั้นเกือบๆเที่ยงล่ะมั้ง  แล้วแน่นอนค่ะว่า อิ๊งกศบ ยังไฟแรงอยู่  เต้นกันตลอดเวลา  พวกแกไม่เหนื่อยบ้างรึ  ชั้นล่ะนับถือ  เหอๆๆๆ  อีแป้งขอหลับ  แต่มีเด้งขึ้นมา  5+  อีเกรซค่ะ  แบบได้ยินเพลงแสบสนิทฯ แล้วจะเด้งขึ้นมาเต้นๆๆๆ ก่อนจะหลับต่อ  เออะ อีนี่... กุงง  555+  แต่รู้สึกว่าขากลับจะเร็วกว่าขาไปรึเปล่านะ  หลังๆ คนในรถเริ่มสลบกันไป ยิ่งใกล้ถึงบนรถยิ่งเงียบ 555+  

แล้วในที่สุดก็ถึงมอ...องคเลิฟจ๋าาาา  ดูในมอครึกครื้นเพราะวันนี้กีฬาเฟรชชี่  หึหึหึ  อีแป้งน่ะเหนื่อยก็เหนื่อยนะ  แต่ยังอุส่าไปยิมสอง  ไปดูลีด  กรี๊ดๆๆๆๆ ได้เจอตั้มแล้ว  ว้ากก ชั้นคิดถึงแก  ได้เจออารักด้วย(แม้จะแป๊บเดียว Y^Y)  แล้วก็....ได้เจอพี่แต๊ง -*-  แบบโง่มาก  คือตอนวิ่งหาอีตั้มตรงยิม  ก็วิ่งๆๆๆ ไปวิ่งมา  ก็เหนผู้ช . กลุมนึงดุมีออร่า  แต่ไม่ได้มองหน้ารายตัวเพราะกำลังรีบ  ก็ไปเจออีตั้มพอดี  แล้วมันก็ด่าชั้นว่า  แหม แกมาวิ่งตอแหลอยู่หน้าพี่แต๊งเลยนะ  กุก็งงจ่ะ อะไร? พี่แต๊ง??  ตั้มเอารูปให้ดูแล้วก็บอก  ก็คนเมื่อกี้ไงที่เค้ายืนตรงนี้  เออะ  หันกลับไป.. เค้าไปแล้วนี่ๆๆๆๆ  ว้ากกกกกกกก   ตั้มไปถ่ายรูปคู่กะเค้ามา  แล้วเมื่อคืนพี่แต๊งก็ไปเซิ้งหลังมอด้วย เออะๆๆๆๆ  ทำมายกูไม่ยอมอยู่นี่ห๊าาาาาา ไม่งั้นได้เซิ้งกะพี่แต๊งแร้วววววว  วู้ยยยยยยยยยยยย


[ชอบรูปนี้มากกกกก.... ขอบคุณนายแบบและเสื้อเอกนะจ๊ะ ]



แหม่... การมานั่งนึกเรื่องที่ผ่านไปนานแล้วนี่เหนื่อยเหมือนกันนะ  ถึงจะบอกว่าจำได้แต่ก็จำได้ไม่หมดหรอก จิงๆ มีเรื่องอยากเล่าอีกเยอะ  ตอนนี้ลืมไปแล้วจ่ะ

เอาเป็นว่าก็สนุกมากๆๆๆๆ แล้วกันนะ  ไปเข้าค่ายนี้ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะไปออกค่ายอีกเยอะๆๆๆๆ  มีเพื่อนเยอะๆ แล้วสนุกดี  ตอนนี้กลายเป็นสนิทกับ อิ๊ง กศบ ไปแล้ว 555+  รวมถึงเพื่อนชั้นบางคนที่ "อยาก" สนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับผู้ช.เอกสุขด้วยนะจ๊ะ อิอิอิ

เออ ตอนสอบแคมปิ้งนะ มีให้พูดเรื่องค่าย อีแป้งก็ฝอยแหลก  แล้วแน่นอนว่ามันต้องมีข้อสอบประเภท สิ่งที่ได้จากการไปค่ายครั้งนี้.. อะไรทำนองนี้ใช่มะ  

การที่เราจะมองอะไรแค่ผิวเผินไม่ได้....  ตอบอย่างนี้เลย  ดูเพ้อไปมะ?  55+  แต่จริงๆนะ  คำตอบนี้มันไม่ได้หมายถึงดูคนอย่างเดียว  อย่างเช่น ตอนแรกอาจจะไม่อยากไปเข้ากับพวกพละเอกสุขอะไรนี่  แบบว่าจะต้องนั่น นี่ โน่น  แน่เลย  แล้วเพื่อนบางคนก็แอบบ่นว่า อิ๊ง กศบ  งู้นงี้  พูดมาก เสียงดัง รำคาญ  เออ แต่พอได้ใช้ชีวตอยู่ด้วยกัน(สั้นๆ แต่ "ล้น") เนี่ยมันก็ทำให้เปลี่ยนทัศนคติไปได้อย่างสิ้นเชิง...เหอๆๆๆ  

บางที  คนที่เราไม่เคยคิดว่าจะคบด้วย  ก็อาจเป็นเพื่อนที่เข้ากับเราได้สุดๆเลย...ก็ได้
ใช่ป่าว

รวมถึงความรู้สึกตอนเดินขึ้นเขาด้วย  ในใจกุน่ะ บ่นๆๆๆ แล้วว่ามาค่ายนี้ไม่เหนสนุกเลย จะให้เดินป่าทำไมวะ รู้งี้นอนอยู่หอสบายใจเฉิบดีกว่าอีก  บ่นๆ แล้วก็บ่นๆๆๆๆ  แต่ตอนขึ้นไปยืนดูจากข้างบน... เห็นป่าข้างล่างเป็นของเล็กกะจิ๋วไปเลย  รู้สึกดีที่อดทนเดินขึ้นมาจนถึงบนนี้ได้ ^^   แล้วทางช้างเผือกก็สวยมาก  ฮ่าๆๆๆๆ


รู้สึกว่าเริ่มพูดอะไรน้ำเน่าๆ มากไปหน่อยแล้ว  แต่รูปคราวนี้ถ่ายออกมาได้สวยจริงๆ  สวยทุกรูปเลย(ยกเว้นรูปคน...น่ะนะ 55+)  ง้าาา  ว่าแล้วก็อยากไปเที่ยวอีกจัง  แต่คราวนี้ขอสบายๆ ไม่เดินขึ้นเขานะ  หึหึ


 

UJUT on da trip!

posted on 12 May 2007 18:53 by croquette  in trips

ไม่รู้ทำไมคราวนี้กลับจากสัตหีบแล้วรู้สึกง่วงๆ งึมๆ ไงไม่รู้วะ? แบบว่า...มันเพลีย? จะว่าไปก็ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรนักหนานิหว่า ออกไปแนวพักผ่อน กิน นอน กันซะส่วนใหญ่ โฮ่ๆๆๆ แต่เมื่อวานพอถึงบ้านปุ๊บ ก็เอาหัวซุกหมอนและหลับอย่างรวดเร็ว ตื่นมาตอน 10 โมง ซึ่งประหลาดมาก ปกติไม่ว่าจะนอนดึกเท่าไหร่ก็จะตื่นประมาณ 8 โมง เป็นพวกแสงแยงตาง่าย

เสื้อผ้ายังไม่ได้เอาออกมาซักเลย -__- ฟังดูซกมกมาก มันขี้เกียจไปหมดน่ะ เมื่อยหัวไหล่ เมื่อยหลัง รวมทั้งกลายเป็นคน -หิวง่าย- ไปเลย...!




[เอาล่ะ...มาเริ่มอ่านรีพอร์ทกันเถอะ]



ทริปนี้ จริงๆเป็น 2 คืนนะ ไม่ใช่คืนเดียว.. ฮ่าๆ เพราะว่าคืนก่อนที่จะไปก็ไปค้างบ้านนุ่มกัน คนอื่นเค้าคงเตรียมตัวไปดีแหละ แต่กูเนี่ย -*- ได้ข่าวว่าวิ่งหาของให้วุ่นตอนแม่ไอ่นุ่มมาปิ๊นๆ หน้าบ้าน....โห โคดกระตือรือร้นเลย

แต่คืนที่ไปนอนบ้านนุ่มกันสนุกมาก แม้สมาชิกจะไม่ครบก็ตาม เพราะพอไปถึงปุ๊บของกินมากมายก็มาตั้งปั๊บ อันจ๊ะก็พากันกระซวก โดยเฉพาะกู.. ก็สนุกสนานรื่นเริงกันไป ดูทีวี นินทานักร้อง เต้นท่ากอล์ฟไมค์ ดูหนังโป๊ด้วย ฮี่ๆ กว่าจะนอนคืนนั้นก็...ตีสองได้ล่ะมั้งนะ? ไปนอนเบียดๆกันในห้องไอ่นุ่ม เอ้ออ! ลืมไปอย่าง เรามาแฮปปี้เบิร์ดเดย์นุ้ยกันด้วยนี่หว่า! ก่อนหน้านั้นมีปาร์ตี้ชุดนอน 55+ ไปแย่งชุดนอนไอ่นุ่มที่เป็นเดรสมาใส่ ไอ่โบด้วย ส่วนไอ่พงษ์ ในรูปนั่น -*- นั่นแหละชุดนอนที่กุใส่ แต่น้องผักชีเค้าขอลองหน่อย


[จำต้องปรับให้ขาวเข้าไว้... ไม่เห็นกูรุปนี้จะดีที่สุด]




ตอนเช้า ไอ่นุ่มปลุกทุกคนขึ้นมาตั้งกะตีสี่ = =Zzz ไม่รู้มีใครไม่ได้อาบน้ำมั่ง แต่ว่ากูอาบนะคะ ฮ่าๆๆ เสร็จก็รอคนอื่นที่ไม่ได้มานอน อาทิเช่น ไอ่ปุ๋ย ไอ่ต้อง แล้วก็แพ็คกระเป๋าเพื่อเอาไปวางไว้บนหลังคารถ ก่อนจะออกเดินทางก็มีถ่ายรูป ตอแหลกันไปตามเรื่อง งานนี้กูนั่งข้างหน้ากับไอ่กุ๊กและไอ่ยิ้ม และครอบครัวไอนุ่ม ปกติเวลาเดินทางไปกันเยอะๆ เค้าก็ต้องอยากนั่งหลังเฮฮากับเพื่อนกันทั้งนั้น กูก็อยากนั่งนะ แต่รู้สึกว่า ควรจะเสียสละละกัน เอาน่ะ แค่สองชม. เอง แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นว่านั่งข้างหน้าดีซะงั้น เพราะข้างหลังแอร์เสีย -*- เศร้าไปเพื่อนๆ



[บรรยากาศที่ไร่องุ่น Silverlake ตอนเก้าโมงเช้า]




นั่งรถไปก็ชมวิว ชี้กันดูกับไอ่กุ๊ก วู้ยยย ตื่นเต้นเหลือเกิน ไม่รู้จะตื่นไรกันนักหนา เห็นร้านขายของเก่าก็ตื่นเต้น เห็นนาเกลือก็กรี๊ด ฮ่าๆๆ อ่ะลืมบอก ไปสัตหีบคราวนี้ เราไปทางสายเก่ากัน เพื่อหลีกเลี่ยงจราจรติดขัดนะคะ ปกติเวลาไปเที่ยวพัทยา ชลฯ อะไรแถวๆนั้น ก็จะไปแต่ทางด่วนกันใช่ปะล่ะ พอไปถึงบางปะกง ทุกคนก็ตื่นเต้นกันอีกรอบ รอถึงสะพานบางปะกง ที่ต้องกลั้นหายใจเอาไว้แล้วอธิษฐานในสิ่งที่อยากได้ ฮ่าๆๆ โอ๊ย จะขาดใจตายให้ได้ ไอ่แป้งเอามือบีบจมูก กลั้นหายใจ แล้วก็กระทืบเท้าๆๆ พ่อนุ่มขับเร็วๆหน่อยสิ(โว้ยยย) จะตายแล้วววววว~ ไม่รู้ตอนนั้นอธิษฐานอะไรไปบ้างเลย เพราะกระทืบเท้าจะตายอย่างเดียว ก็ตลกดี โตเป็นควายแล้วยังเล่นอะไรแบบนี้อีก




[ความสวยของรูปนี้คือ...กูนอนถ่าย -*-]


แต่ว่าอากาศตอนเช้าๆเนี่ยดีจังเลยยยย! พอเริ่มเข้าชลบุรีก็จะมีแต่เทือกเขาลำเนาไพร วู้วววววว~ รู้สึกสัญชาตญาณรักบ้านเกิดมันออก เห็นต้นไม้เห็นภูเขา แล้วครั่นตัวอยากออกไปปีนเจี๊ยกๆ เลยนะเนี่ย ที่แรกที่จะไปแวะก็คือ "ไร่องุ่น - Silverlake(บ้านคุณภารดร+น้องฟ้า 55+)" มาถึงก็ประมาณ 8 หรือ 9 โมงเช้านี่ล่ะ อากาศดีมั่ก เพราะว่าแดดไม่ร้อน แต่ไอ่แป้งก็ยังโวยวายอยากได้ครีมกันแดดอยู่ดี เอ้อ! มีเรื่องจะบอกอีกเรื่องนึงก็คือ.. เพิ่งมารู้ตัวว่าลืม ครีมกันแดด No.7 ที่ลงขันกัน เอาไว้ที่บ้านนุ่ม O_o มารู้เอาตอนนั้นแหละ ถึงกับนั่งซึมไปทีเดียว เพราะกูเป็นคนจ่ายก่อน แถมเก็บตังทุกคนมาแล้ว นั่งเครียดเลย อดใช้ แถมเสียตังค์ฟรี โฮๆๆๆ จะโดดเขาฆ่าตัวตายแล้ว ขอบคุณทุกคนที่บอกว่าช่างมัน.. "เอาไว้ใช้คราวหน้า" ฮ่าๆๆ ชอบว่ะ คำว่า คราวหน้า เนี่ย... ขอให้มีอีกจริงๆนะ เพี้ยง!



[รูปนี้คนโดนถ่ายลำบาก เพราะมันไปนอนตรงเนิน]


ไม่ค่อยเห็นลูกองุ่นอะ กะจะไปเด็ดกินซะหน่อย โฮ่ๆๆ ทำได้แค่ขึ้นไปโพสท่ากันบนสวนแถวๆนั้น สวยงามดี แต่ว่าดอกทานตะวันไม่บาน เศร้านิดหน่อย ทั้งที่เป็นดอกไม้ที่ชอบที่สุดเลยนะเนี่ย! คอตกห่อเหี่ยวเชียว แต่ก็ดูสวยไปอีกแบบว่ามะ


[ดอกทานตะวันหัวเหี่ยว... เหมือนคนถ่าย -___- ]


รูปก็จะเอามาแปะไว้เรื่อยๆละกัน เพราะว่ามีแต่รูปที่ถ่ายที่ซิลเวอร์เลคแหละ -*- ตอนไปเล่นน้ำไม่ค่อยได้ถ่าย(ใครจะเอากล้องลงทะเลด้วยล่ะวะ..) งานนี้มีไอ่แอร์เอากล้องดิจิตอลไปคนเดียว ส่วนกูเอาน้องทอย-โฟร์โมสต์ไป ไม่ค่อยได้ถ่ายอีกตะหาก เพราะลืมไว้ในกระเป๋าใหญ่ -*- บอกแล้วว่าโคดเตรียมตัวเลย มีก็แต่กล้องจาก vs6 ที่เลิฟๆ นี่แหละค่ะ แล้วไม่รู้อะไรมันไปเลอะเลนส์ตรงมุมๆ อะ รูปที่ซิลเวอร์เลคออกมาเลยมัวตรงมุมทุกรูปเลย


[ได้เห็นรถม้าสีขาวด้วย~ เท่ชิบเป๋ง]

ได้ชิมน้ำองุ่นด้วย อร่อยดี กะจะซื้อมาฝากโอก้าซัง+โอโต้ซัง ที่บ้านแต่ว่าอย่าดีกว่า.. ก็ไม่ได้แพงอะ แค่ขี้เกียจแบก (ไม่อยากเสียตังก็บอกมา)




[กลับบ้านมาถามแม่.. แม่บอกชื่อ ชมพูอมรเบิกฟ้าฯ... ช่างเป็นดอกไม้ที่ชื่อยาวจิงๆ]




จากนั้นก็ ไปบ้านพัก เป็นกรมสรรพาวุธของทหารน่ะ ขับรถเข้าไปก็มีทหารคอยตะเบ๊ะๆ ฮ่าๆๆๆ อากาศดีนะ เป็นป่าเขา หลังบ้านเป็นป่าด้วย ดึกๆจะมีหมูป่าออกมาหากิน บ้านที่พักเป็นเหมือนทาวน์เฮ้าส์ หลังเล็กๆ แต่ว่าแค่นี้ก็หรูแล้ววว สำหรับอันจ๊ะทั้งหลายยย พ่อ, แม่, น้องหนุ่ม แล้วก็ไอ่นุ่มพักหลังนึง ส่วนพวกเราก็พักอีกหลังนึง ห่างกันเยอะอยู่ ก็ดีเป็นส่วนตัว มีแอร์ มีตู้เย็น(แต่โชคร้ายที่บ้านที่พวกกุพักไม่มีตู้เย็นซะงั้น) มีครัวให้ด้วย ห้องน้ำก็ใหญ่โต มีกระจกบ้านเบ้อเริ่มให้ด้วย ห้องนอนก็มีทีวี(ทีไอ่พงษ์ไปแบกมาจากบ้านอีกหลังนึง) แล้วก็วีซีดี เตียงใหญ่อยู่ แต่ว่าก็ไม่พอหอรก เลยเอาฟูกมาปูเพิ่มกัน







เก็บของ + เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ไปกินข้าวรองท้องก่อนไปกินมื้อใหญ่ที่หาดสอ หาดสอ เป็นหาดเปิดใหม่ ซึ่งกุเชื่อจริงๆว่าเปิดใหม่ ไปถึงแทบจะไม่มีใครเลย มีร้านอาหารอยู่ร้านเดียว แต่ว่าอาหารอร่อยนะ ส้มตำโคดอร่อยเลย! ต้มอะไรน่ะในหม้อก็อร่อย หรือเป็นเพราะพวกกูหิวกันน้า? ที่หาดเจอแต่ทหารฝรั่งกลุ่มใหญ่ๆ ไม่รู้เค้ามาทำอะไรกัน แต่มีทหารผู้หญิงด้วย เท่ดีว่ะ






พอกินอิ่มเสร็จก็ไปเล่นน้ำ ตอนแรกเหมือนจะไม่มีใครเล่นเลย กูก็ได้แต่แป้วในหัวใจ และเดินไปเตะน้ำทะเลคนเดียว ล่อให้พวกมันลงมา 55+ ในที่สุดพวกมันก็เดินตามลงมา พร้อมกับเรือคายัค ...! เย้วววว~ พ่อนุ่มให้ตังมาเช่าเรือพาย

ความจริงที่ทุกคนทำท่าไม่อยากเล่นน่ะ เพราะว่าน้ำที่หาดนั้นไม่เหมาะอย่างแรงกับการโดดตูมๆ เหมือนหาดบ้านๆทั่วไป น้ำมันตื้นม้ากกๆ เพราะว่าน้ำลง ไม่มีคลื่นให้เล่นอะไรเลย น้ำลงแบบว่าลงโคดๆๆ อะ เดินไปสิบเมตร ก็ยังไม่ถึงหัวเข่าเลยคิดดู แต่ว่าน้ำลงอย่างนี้ก็โชคดีตรงที่เราจะได้ดำดูปะการังกันง่ายมากๆๆ พายเรือก็ง่ายด้วย ไม่ต้องกลัวน้ำลึกเท่าไหร่ (กูว่ายน้ำไม่เป็นน่ะค่ะ) ก็ได้หัดพายเรือกัน รู้สึกตื่นเต้นมากๆๆ ไม่เคยพายเลย เรือแบบนี้ ตอนแรกก็กรี๊ดๆๆ พายไม่เป็น กลัว อย่าไปไกลเลย แต่ไปๆมาๆ เริ่มเก่ง 555+ กัมบัตเตะอิคิมัสโช่ยย~ กันเลยทีเดียว สนุกดีนะ ได้ออกกำลังกายดี ได้เห็นอะไรงามตาด้วย เพราะว่ามันจะมีปะการัง ซึ่งน้ำใสม้ากกกกกกก มองเห็นหอยเม่นเกลื่อนเลย ไม่รู้จักหรอกว่าปะการังชื่ออะไรบ้าง แต่แค่ดูก็รู้สึกดีนะ เพราะมันสวย เห็นปลาว่ายไปว่ายมาด้วย รู้สึกดีม้ากกกกก อยากจะเรียนดำน้ำกับเค้าบ้างแล้ว พอพายเมื่อยก็หันมาสน๊อกเกิ้ล ฮ่าๆๆๆ เหมือนทำเป็นเลย ไม่เป็นหรอก ก็มั่วๆไป แต่ระหว่างที่มั่วก็โดนหินโสโครกตำตีนไปหลายจึ้กอยู่ โคดเจ็บเลย เป็นแผลด้วย TT__TT




ไม่รุ้ว่ากี่โมงที่ออกจากหาดนะ แต่สนุกตอนอาบน้ำมากเลย ฮ่าๆๆๆ อาบกันอย่างหน้าด้านมากๆ มันเป็นลานโล่งๆ แล้วทุกคนก็ยืนล้วงกันตรงนั้น น้องหนุ่มก็มายืนล้วงด้วย อีพงษ์ด้วย โคดสงสารน้องหนุ่มเลยต้องมาเห็นอะไรพิสดารๆ ก่อนวัยอันควร ขากลับต้องนั่งหลังเพราะว่าตัวเปียก ก็จะมีพวกไอ่แอร์ ไอ่ปุ๋ม ไอ่ต้อง และไอ่โบ ที่ไม่ได้เล่นน้ำก็ไปข้างหน้าแทน มีแวะตลาดก่อน แม่ลงไปซื้อกับข้าวมาทำให้พวกเรากินกัน ระหว่างนั้นก็อยากกินทุเรียนขึ้นมาก็เลยไปซื้อกับไอ่พงษ์มากินกัน ถูกไล่ให้ไปกินไกลๆ เพราะเพื่อนดิชั้นมันคุณหนุค่ะ ทุเรียนอร่อยจะตาย เหม็นตรงไหน


จากนั้น คุณพ่อนุ่มขอไปไดรฟ์กอล์ฟ หน่อย พวกเราก็เลยแวะสนามกอล์ฟกันก่อน แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ไอ่แป้งได้ลองตีกอล์ฟจริงๆ (ไม่ใช่ไม้พลาสติก) แรกๆ เนี่ย ไม่อยากจะบอกเลยว่า หวดวืด-- ตลอด รู้สึกว่ากอล์ฟไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะนี่ ไม่ใช่แค่จับไม้เหวี่ยงก็ได้น่ะ พ่อนุ่มก็มาสอนวิธิจับ วิธียืน กว่าจะตีได้โด่งๆ สวยๆ ก็ฟรีไปหลายลูกอยู่ค่ะ -*- แต่ไปๆมาๆ รู้สึกว่าไอ่แป้งชักจะติดใจ แย่งลุกกอล์ฟคุณพ่อมาตีซะงั้นเลย 55+ แต่ว่าก็โอเคนะ ถือว่าตีดีละสำหรับมือใหม่ ได้ตั้ง 70แน่ะ ก็ไม่รู้ว่าดูยังไงอะ แต่มันจะมีป้ายตั้งระยะทางเอาไว้ไง เออนั่นล่ะ คราวหน้าถ้าได้ตีอีกนี่ ขอแบบ ไกลจนไม่เห็นว่าตกตรงไหนเลย ฮ่าๆๆๆ สนุกดี ยิ่งตียิ่งสนุก แถมเมื่อยหัวไหล่กับเจ็บฝ่ามือมากๆ นี่กลับมาก็ว่าจะชวนพ่อตัวเองไปโชว์วงสวิงกันมั่ง 555+


กลับมาบ้านพักอาบน้ำ เตรียมตัวไปกินมื้อเย็นซึ่งเป็นหมูย่างเกาหลีนั่นเอง~~ แต่ระหว่างรอทุกคนอาบน้ำ ไอ่แป้งก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ตัวซะแล้ว ตื่นมาเห็นห้องมืด แล้วน้ำลายก็ย้อยด้วย(น่าเกลียด...) เหลือแค่ไอ่ต้องกับไอ่พงษ์ที่ก็นอนหลับไปเหมือนกัน แล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามาตามให้ไปกินข้าวได้แล้ว พอไปถึง โหหห กับข้าวเยอะแยะมากมาย เพื่อนๆ เตรียมกินกันแล้ว แต่นั่นคือแค่ของรองท้องนะคะ ยังมีหมูมาให้เราย่างกันอีกกระบุงใหญ่ๆ 5555+ ตอนย่างหมูกันก็ไม่ได้ลงไปกินหรอก นั่งดูพวกมันกิน รู้สึกอิ่ม ไงไม่รุ้ นั่งขำคนเมาหมูด้วย พวกแม่งหัวเราะกันอย่างกับกินกัญชา บ้าไปแล้วพวกแก น้องหนุ่มก็บ้าไปด้วย -*- เชื้อบ้านี่มันเชื้อติดต่อหรือวะ ซักพัก คุณแม่ก็เดินเอาไวน์ออกมาให้กินกัน วิ้วววววว รออยู่เลย ส่งให้ทุกคนกินกันคนละเล็กละน้อย แล้วกุก็ถือโอกาสที่ทุกคนปิ้งหมูกันเพลิน ซัดคนเดียวซะ อิอิอิ นั่งไปนั่งมาซักพักก็เริ่มหิว เลยลงไปกินกับพวกมัน แล้วระหว่างนั้นก็มีไวน์มั่ง แชมเปญมั่งของพวกผู้ใหญ่ข้างในออกมาบำเรอเรา โฮ่ๆๆๆๆ ชอบอันนั้นที่สุดเลย แชมเปญ ที่เป็นกลิ่นกล้วยอะ ให้อารมณ์ว่าน่ารักดีว่ะ ก้ากๆๆ

กว่าจะขึ้นห้องกี่ทุ่มวะ? จำไมได้ 5 ทุ่มล่ะมั้งหลังจากกิน + เก็บล้างเสร็จ แหม ไวน์เนี่ยมันสูบฉีดเลือดดีจังวะ 55+ แต่พอกลับถึงห้อง ปุ๊บ ทำไมตามันปรือๆ อยากนอนซะงั้นก็ไม่รู้ เลยนอนมันตรงฟูกแถวๆหน้าห้องน้ำปลายเตียง กะจะนอนละ พวกมันเปิดทีวีกันเสียงดัง แถมเล่นไพ่กันอีก โอ้โห กูล่ะหลับไม่ลง พอวงไพ่เลิก หนังไม่มีให้ดู ก็มานั่งจับกลุ่มนินทากัน โคดดีเลยเพื่อนกู หัวข้อนินทาก็คือ "คู่รักทุกห้องของม.6" ไล่ตั้งแต่ห้อง1 ยัน 12 โอ้โหหห แหล่งข่าวชิบหาย นั่งขำกันแบบ สนุกว่ะ เหี้ยยย นินทาคนเนี่ย ความจริงมีโปรแกรมดูหนังที่ไอ่ต้องเอามา แล้วบอกว่าสนุกมากกกก ถ้าไอ่ต้องบอกสนุกเนี่ยคือสนุกจริงๆ แต่ว่าตอนนั้นก็ไม่ได้ดูกัน เพราะไม่มีรีโมต แล้วเสือกหาไม่เจอว่าจะต้องกดปุ่มไหนให้เป็นช่อง TV/AV โปรแกรมนินทาเลยมาแทนค่ะ -*-

ตอนนอนนะ ตื่นขึ้นมากี่รอบไม่รู้ รู้แต่ตีนกูกลายเป็นคอนกรีตไปแล้ว คือว่าขาเป็นเหน็บ แล้วพอจับดูเท้าก้แข็งมาก แบบว่าทรมานน จริงๆ ให้ตาย โคดอยากโดดขึ้นไปนอนเตียงเลย อีเหี้ย บนเตียงมีคนนอนแค่ 3 คน ข้างล่างนี่เป็นตับ แถมตรงอีพงษ์แม่งจะเว้นที่ไว้หาอะไรวะ แล้วที่เหลือก็มาเบียดตรงกูเนี่ย(เพราะอยู่ริมสุด) ช่างน่าเวทนา จะลุกขึ้นมาด่าตอนนั้นก็ไม่ได้ Y_Y สรุปก็หลับๆตื่นๆไปจนเช้านั่นแล


ตอน 6 โมงเช้า ระหว่างที่ทุกคนหลับสบาย ก็มีเสียงปลุกของใครไม่รู้ดังขึ้นมา "ตื่น ตื่น ตื่น ตื่นนอนไปโรงเรียน ไปทำงาน ตื่น ได้แล้ว !!! " เสียงแบบว่าดังม้ากกกกกกกกกก สั่นประสาทมากๆๆ หาที่มาอยู่ ก็เห็นอีแอร์ฟึดฟัดขึ้นหยิบโทรศัพท์หมาตัวไหนสักตัวตรงหัวเตียงแล้วก็ปิดซะ โหหหหห แม่ง เป็นเสียงนาฬิกาปลุกทีเหี้ยมาก ต้องมาฟังค่ะ คืออารมณ์ว่านอนหลับเพลินๆ แล้วมีคนมาเขย่าพูดข้างหู เสียงดังๆ กวนตีนๆ นั่นล่ะ แล้วก็มารู้ทีหลังว่า นั่นคือโทรศัพท์อีต้องนั่นเอง -*- กูต้องยื้มทริกนี้ไปตั้งเสียงปลุกมั่งแล้ว สรุปว่าเช้านั้นอันจ๊ะทุกคนเลยตื่นเช้ามาทันดูรายการคุณสรยุทธ์กันลย เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจเสียจริง



[บรรยากาศในห้องนอน...วุ่นวายเสมอเช้าจรดค่ำ 55+ ]



คุณแม่โทรมาตามให้ไปกินข้าวตั้งกะ 8 โมง แต่พวกเราก็โอ้เอ้ 55+ นั่งดูหนังหลุมหลบภัยของไอ่ต้องกันไม่ยอมลุกไปอาบน้ำ เออเฮ้ยแม่งสนุกจริงๆ ว่ะ โคดดดดสนุกเลย อยากดู ยังดูไม่จบแผ่นแรกก ็ต้องรีบลงไปเก็บของออกจากบ้าน ไปกินข้าวแล้ว เสียดายๆ แล้ววันหลังต้องยื้มมันมาดูให้จบให้ได้ เออระหว่างที่นั่งดูหนัง นะ ก็รู้สึกหิวข้าวกันใหญ่เลย วางโปรแกรมเลยว่าเดี๋ยวถึงบ้านนะ จะไปกินพิซซ่า กินสเว่นเซ่น กินเค้ก กินนั่นนี่ แล้วตลกดีที่ทุกคนรู้สึกอยากไปแดกของประเภทนี้กันหมดเลย มันก็ไม่ใช่อยากกินเพราะอดอยากนะ แต่มันรู้สึกเหมือน 2 วันที่มานี่มันหลุดมาอีกโลกนึงว่ะ มองไปตรงไหนก็เจอป่าเขา เจอทะเล เจออาหารแบบกองโตๆ เนื้อ นม ไข่ รู้สึกคิดถึงของกินไร้ประโยชน์ ขึ้นมาทันที เหอๆ คิดดีๆแล้วมันก็น่ากลัวนะ ที่ไอ่อาหารพวกนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเนี่ย


อาหารเช้าหรูหราไฮโซ และเยอะม้ากกกกก มีอะไรบ้างล่ะ ปาท่องโก๋+น้ำเต้าหู้ ขนมปังปิ้ง+นมข้น หมูย่างข้าวเหนียว แล้วก็ข้าวต้มหม้อใหญ่ ที่แม่เค้าทำไว้ตั้งกะ 7 โมง แต่อีพวกนี้มัวแต่เอ้อระเหย กว่าจะมา ข้าวต้มเลยกลายเป็นโจ๊กไปซะ ก็อร่อยไปอีกแบบนึง 55+ มีกับข้าว+ข้าวอีกด้วย แต่ว่าทุกคนเริ่มยัดกันไม่ไหวจริง ๆ ระหว่างที่กินข้าวเช้าแม่ก็ทำส้มตำให้กินกัน คือพอมื้อเช้าเสร็จปุ๊บ ส้มตำก็มาวางจ่อรออยู่เลยค่ะ -*- อิ่มมากกกก อิ่มจนจะตายกันทีเดียว แต่ก็หยุดมือให้กินไม่ได้ 55+ เพราะว่ามันอร่อยนี่นา แม่นุ่มนี่เจ๋งจริงๆ เลย ทำอะไรก็อร่อยไปโม้ดดด แล้วก็ต่อด้วยของหวาน เป็นผลไม้ กับไอ่ติม 2 กล่อง ค่ะ นี่แหละหมดทั้งสองมือเช้า+กลางวันของจริง



[จกกันอย่างน่ากลัวมากๆ]


จากนั้นเป็นการเตรียมตัวกลับบ้านกัน แพ็คของ แล้วก็เอาขึ้นรถ ตอนแรกว่าจะไปแวะดูเต่ากันก่อน แต่ทุกคนคงรู้สึกอยากกลับบ้านแล้ว(กูด้วย) ก็เลยว่ากลับแหละ เพราะว่าแดดร้อน ฝนมันไม่ตกเหมือนเมื่อวาน ออกจากที่นู่นประมาณ บ่ายโมง45 ได้ และคนที่นั่งหน้าก็ยังเหมือนเดิม แอบได้ยินไอ่กวาง(เมด-ชนบท) บ่นอุบอิบว่าอยากนั่งหน้า 555+ ตอนขากลับได้ยินเสียงข้างหลังร้องกรี๊ดกร๊าดกันเป็นพักๆ เออ ดีนะ กูก็อยากไปนั่งข้างหลังบ้างว่ะ ข้างหน้าก็ลำบากเหมือนกันแหละ แม้แอร์จะเย็นก็ตาม พวกกูก็เบียดนะโว่ย ระหว่างทางกลับก็นั่งพร่ำเพ้อมองวิวกับไอ่กุ๊กเหมือนเดิม ถึงเพิ่งได้รู้ว่า ที่เราอยู่มันเป็นบนเขานี่หว่า นึกว่าไม่ใช่เขา เพราะมองไปก็เห็นภูเขาอีก





กลับถึงนี่ก็ประมาณ 4 โมง เกือบๆ ห้าโมง พ่อนุ่มไปปล่อยให้ลงที่ตลาด ก็เดินแบ๊กแพคเกอร์ ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวกันซะงั้นเลย พอเข้าตัวเมืองแล้วเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองดำขึ้นว่ะ O_o แทบร้องกรี๊ดดดด คือว่ามันใกล้จะเปิดเทอมแล้วนะ กูยังมาดำอย่างนี้อีกรึ ก็จริงที่ไม่ได้อยากขาวหรอก แต่ว่าก็ไม่ควรจะเข้มไปกว่านี้อีกแล้วนะอีแป้งงงงงง~ แล้วพวกเราก็เดินบ้าหอบฟางไปกินข้าวกันที่ราชา ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน แหม เดี๋ยวนี้รู้สึกว่า ถ้ามาตลาดแล้วไม่ได้แวะกินข้าวนี่เหมือนมาไม่ถึงตลาดยังไงไม่รู้ว่ะ 555555+










โฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เป็นการอัพที่ยาวซะจริงๆ น่ากลัวว่าอัพไปก็จะไม่มีคนอ่านนะนี่ ฮ่าๆๆ ช่างมันเถอะ อัพไว้เตือนตัวเอง ดูรูปไปอย่างเดียวก็ได้นะ นี่ว่าจะเอาไปแปะไว้ในสเปซ แต่ว่าคงไม่ได้ล่ะมั้ง อีสเปซบ้าแม่งไม่ยอมให้อัพยาวๆ งั้นเอารูปไปอัพอย่างเดียวก็ได้วะ

อืม สรุปการไปเที่ยวครั้งนี้....!
ก็เป็นอีกทริปที่มีความสุขแบบไม่รีบร้อนแล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรดี เพราะว่ามีพ่อกับแม่นุ่มพาไป ทำเหมือนพวกเราเป็นลูกแท้ๆ แล้วก็ใจดีมาก ที่สำคัญคือเลี้ยงดีมากๆๆ ได้ข่าวว่าหลายคนน้ำหนักเพิ่มหลังจากกลับกันเลยทีเดียวค่ะ(กูก็หนึ่งในนั้น..) เพิ่งมารู้สึกตัวว่า แค่คำขอบคุณตอนขากลับเนี่ย คงตอบแทนได้ไม่ดีเท่าไหร่ สำหรับความใจดีและความกรุณาพาไปเที่ยวในครั้งนี้ของพ่อและแม่ แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี เพื่อนๆบอกว่า ก็เอาครีมกันแดดที่ลืมไว้น่ะให้แม่นุ่มไปเลย ถือว่าเป็นของตอบแทน แหม แต่ของแค่นั้นมันก็ยังดูไม่ดีอยู่นะ -*- เออ ไม่รู้ว่าหลังจากนี้พ่อกับแม่นุ่มยังจะอยากพาพวกเราไปเที่ยวอยู่มั้ย ฮ่าๆๆ หรือว่าจะเข็ดแล้ว อีเด็กพวกนี้กินกันยังกับทอร์นาโดลง!

แต่ว่านอกจากความประทับใจพ่อกับแม่นุ่ม ก็ประทับใจทุกคนด้วยว่ะ แบบว่า..มันเป็นทริปที่ไม่เซ็งน่ะ ถึงแม้ว่าฝนจะตก ถึงแม้ว่าที่เที่ยวจะน้อย แต่ทุกคนก็รู้สึกเหมือนกัน คือ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย พายุเข้า ต้องอยู่เฉย ๆ ก็ยังมีความสุขถ้าได้อยู่ด้วยกัน ความจริงแล้วสำหรับกู..แค่การไปนอนค้างบ้านไอ่นุ่มคืนก่อนหน้าที่จะไปเที่ยวก็คือการไปเที่ยวแล้วนะ! เวลาที่ไปเที่ยวสิ่งที่สำคัญมากกว่าความประทับใจในสถานที่ ก็คือความประทับใจที่ได้จาก -คนที่อยู่ข้างๆ- นั่นแหละ...ถ้าหัวใจมันมีความสุข มองอะไรมันก็สวยงามไปหมดจริงไหม ต่อให้ทรายในทะเลมันเป็นแค่ขี้โคลนเละๆก็ตามที...จิงป่ะ กุ๊ก? ฮ่าๆๆๆๆ







[ คราวหน้า ไปเที่ยวด้วยกันอีกนะ ]



ทริปอิ่มเอิบ

posted on 02 May 2007 14:10 by croquette  in trips

เพิ่งกลับมาจากทริปครอบครัวครั้งแรกในรอบ....เอ่อ หลายปี? นะ หลายปีล่ะ แต่ไม่รู้เท่าไหร่

ก็ไม่ได้เป็นการไปเที่ยวที่แปลกใหม่อะไรหรอก แทบจะไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเลยด้วยซ้ำ นอกจากอยู่บนรถ นั่งมองต้นไม้ ภูเขา เรื่อยเปื่อย แต่กลับรู้สึกว่าชอบ.....มากกว่าไปเที่ยวจริงๆจังๆ ซะอีกแฮะ

จะว่าไปเที่ยวมันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เรื่องของเรื่องก็คือ จะไปส่งย่าพี่บอล(= แม่ของลุง - ซึ่งเป็นสามีป้า - ป้าซึ่งเป็นพี่สาวของแม่....-*-) ไปอยู่บ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จที่จันทบุรี ก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าจะไปทำอะไรกันมั่ง แต่พอแม่มาชวนก็รีบเลย ไปลางานเดี๋ยวนั้น ฮ่าๆๆ เรื่องเที่ยวฟรีๆนี่ขอไว้ก่อน

คืนวันที่ 30 ป้าว่าจะมารับตอนห้าทุ่ม โอก้าซังก็เตรียมของ + แต่งตัวเสร็จตั้งกะสี่ทุ่มกว่า ส่วนไอ่แป้งใส่ชุดนอนหลับไปแล้ว กะว่าถ้าเค้ามาแล้วเปลี่ยนชุดไม่ทันก็ใส่เสื้อขาดๆและกางเกงเหี่ยวๆนี่ล่ะวะ กระทั่งตีหนึ่งแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววใครมาซะที เหอๆ ตอนนั้นกลัวเสียเที่ยวชะมัด จะอดไปมั้ยนี่กู แล้วที่สุดก็มีโทรศัพท์มาบอกว่าให้เตรียมตัวซะ อีกไม่ถึง 10 นาทีจะถึงและนะ โห้ย! เกิดจลาจลล่ะค่ะบ้านดิชั้นในตอนนั้น -*-

ระหว่างเดินทางก็หลับไปตลอด ไม่หลับก็กิน หรือไม่ก็ผวา เพราะฝนตกตลอดทางเลย มืดด้วย ถนนเปลี่ยวชะมัด ไปทางไหนก็ไม่รู้ หลับๆตื่นๆ เมื่อยๆ ไปจนนู่นนนฟ้าสาง ลืมตามาก็กำลังเข้าบ้านแล้ว มองไปรอบๆรถ เอ่....? นี่มัน ท่ามกลางป่าเขาเลยไม่ใช่เรอะ? เห็นต้นไม้เต็มไปหมด แล้วพอมองออกไปก็จะเห็นถนนที่เป็นทางขึ้นเขา..... สรุปว่าบ้านหลังนี้มันอยู่ตรงเนินเขานี่เอง! ชอบบบบ สุดๆ






ตรงหน้าบ้านเป็นวัดพอดี -*- เห็นสถูปอยู่ตรงหน้าเลยค่ะ แต่ว่าบรรยากาศดูไฮเปอร์เกินกว่าจะเป็นวัดมากๆ ลักษณะเหมือนว่าเล็กนะแต่กว้างว่ะ คือมันจะมีวัด กุฏิ ไรงี้ปลูกห่างๆกัน แล้วก็จะมีแต่ทุ่งๆๆๆ เต็มเลย ส่วนนี่ก็คือ ต้นส้นกับต้นอะไรซักอย่างที่ใหญ่ม้ากมาก ตรงหน้าบ้าน คิดดูสิ ทุกเช้าตื่นขึ้นมาแล้วเห็นภาพแบบนี้มีความสุขดีเนอะ บ้านเป็นรั้วเตี้ยๆ น่ารัก





แต่ว่าตัวบ้านเป็นปูนแบบสมัยใหม่ ไม่ค่อยชอบเลย รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นไม้จะได้เย็นกว่านี้(แล้วบ้านมึงเรอะ?) แต่ว่าบ้านข้างๆเป็นไม้ทั้งหลัง ลักษณะเหมือนกระท่อมเลย น่าร้ากก บ้านก็อยู่ห่างกันนะ ก็เหมือนต่างจังหวัดทั่วไปแหละ หลังบ้านย่าพี่บอลเป็นป่าด้วย ออกแนวรกนิดนึง หญ้าสูงท่วมหัว


{ทุ่งดอกบานไม่รู้โรยตรงหน้าบ้าน สีแสบมากๆ }



ระหว่างที่รอทำธุระกัน โคดดดดอยากจะงัดกล้องที่ไอ่ปอแบกไปมาถ่ายรูปมากๆ เลย รอบๆสวยมาก แต่ว่า....ฝนเสือกตก -*- ไม่อยากจะบอกว่า วันนั้นพี่บอลก็เอากล้องไป คือมีคุณช่างกล้องตั้งสองคนแต่เสือกไม่ค่อยได้ถ่ายเอาซะเลย จะไปแอบหยิบมาถ่ายเอง ปอก็ด่า เพราะว่าฝนตกหยิมๆ ตลอดไม่ยอมหยุดซะที ก็ได้แต่ vs6 ที่ร้าก นี่แหละค่ะ แถมไปไหนไม่ได้ไกลเพราะไม่มีใครยอมไปเดินด้วยน่ะ เสียดายชะมัด




ถ่ายรูปต้นไม้แล้วรู้สึกมีความสุขจังเลย เวลาอยู่ใต้ต้นไม้หญ่ๆแล้วแหงนมองขึ้นไปนี่รู้สึกดีสุดๆ ฝนตกเย็นๆ ตอนเช้าเจ็ดโมง เห็นชาวบ้านมาทำบุญ โอ้ย! ไม่รู้จะบรรยายยังไงว่ามันโคดสบายตาสบายใจเลย





กว่าจะออกจากบ้านย่าพี่บอลก็ประมาณสิบเอ็ดโมง ซึ่งฝนก็ยังไม่หยุดตก ทำให้ไม่มีแดด แล้วก็ทำให้ไอ่ปอบอกว่า.. ท้องฟ้าไม่สวยไม่ต้องถ่ายหรอก แหม! แต่บางที ก็ถ่ายวิวที่มีฟ้าหม่นๆมั่งก็ได้นี่หว่า ไม่เห็นชอบฟ้าสีสดๆเลย กุว่ามันแสบตาออกนะ


ระหว่างนั่งรถออกมา ก็คงนึกออกละนะว่า ถนนทางหลวงเนี่ย มันจะมีต้นไม้ๆๆๆๆ ขึ้นเยอะมาก เบียดๆ กันต้นใหญ่ๆ รู้สึกเพลินมากเลยเวลามอง จนค้นพบสีอะโรมาเทอราพีแบบใหม่ขึ้นมาเลย.....สีเขียวอึมๆของต้นไม้กับสีเทาจางๆเกือบขาวของท้องฟ้าเวลาฝนตก! ทำไมไม่รู้แต่มองแล้วสบายใจ เหมือนมาชาร์จพลังเลย นั่งยิ้มคนเดียวบนรถ ในขณะที่ทุกคนนอนหลับกันอยู่ แล้วก็ร้องวี้ดว้าย เวลาเห็นภูเขาอันใหญ่ๆยาวๆ เป็นแถบๆสีน้ำเงิน เห็นก้อนเมฆโผล่มาจากซอกเขาด้วย สวยว่ะ มันแบบ เป็นควันฟุ้งๆ ออกมาจากหลืบเขาน่ะ พยายามถ่ายนะ แต่ออกมาได้อย่างนี้.... มองไม่เห็นกันหรอก แต่ถ้าไปนั่งดูเองจะรู้ว่ามันสวยประหลาดๆดี ดูฝันๆ exotic ยังไงพิกล


{ถ่ายผ่านจากกระจกรถที่กำลังแล่นน่ะ }


ก้อนเมฆที่นี่แปลก รู้สึกมันลอยต่ำจัง แบบว่าถ้าเข้าไปใกล้คงจับก้อนเมฆได้เลยมั้งเนี่ย? 555+ แล้วก็จะเห็นแบบนี้เยอะมากกก เห็นตลอด


ไปแวะเที่ยววัดที่ต้องเดินขึ้นบันไดไป ฝนเริ่มหยุดแล้ว ช่างกล้องทั้งสองก็เลยงัดขึ้นมาถ่ายกันใหญ่ แหม โพสไม่ถูกกันเลยทีเดียว คนอื่นก็มองว่าอีกลุ่มนี้เป็นดารารึ? ถ่ายทีนึง มีกล้องยาวๆ มารุมเก็บภาพกันใหญ่ ฮ่าๆๆ ตลกดี อยากเอารูปจากกล้องไอ่ปอมาอวดนะ แต่รู้สึกว่ามันยังไม่ได้เอาลง แล้วก็ไม่อยากบอกว่า ตัวกุในกล้องไอ่ปอนี่น่าเกลียดสุดๆ ไม่เห็นเหมือนกล้องพี่บอลเลย งามเป็นพริตตี้เชียวนะ! ก็อย่างว่าแหละ กล้องเค้าเอาไว้ทำมาหากินก็คงต้องปรับให้ออกมาแล้วสวย ไม่เหมือนของปอที่เน้นความเป็นจริงมากกว่า Y_Y เห็นตัวเองแล้วเศร้า


{คนที่หันมาน่ะคุณป้าเราค่า สีบันไดสดดีเนอะ}




แหม รู้สึกพิมมาเยอะจัง ยังไม่ถึงวันนึงเลยนะเนี่ย

ตอนบ่ายๆแวะไปกินข้าวที่หาดแม่รำพึง คนก็น้อยนะ แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี เห็นเด็กๆเล่นน้ำกัน ก็อยากเล่นเหมือนกันนะ แต่คงดูเป็นคนบ้าไปหน่อยถ้าลงไปเย้วๆคนเดียว แล้วไอ่อาหารตามเต้นท์ริมหาดเนี่ย ทำไมมันแพงจังวะ แพงเกินเหตุไปหน่อย ไม่เห็นอร่อยเลยด้วยซ้ำ จะสั่งข้าวไข่เจียว ทุกคนก็ก่นด่าสาปแช่งกูกันใหญ่ -*- ก็อยากกินนิ


ขากลับผจญกับยูเรียถังใหญ่ที่รอปล่อยออกมาจากท่อปัสสาวะของกู -*- น่าเกลียดไปมั้ย? แต่ห่าเอ้ยยย โคดทรมานเลย ตอนที่เริ่มปวดนิดๆ น่ะ ปั๊มเต็มเลย แต่ไม่ได้บอกให้เค้าจอด พอเริ่มทนไม่ไหว ปวดจี๊ดๆ แล้วก็เลยบอกให้หยุด ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง ชะเง้อคอแทบหลุดก็มีแต่ภูเขาๆๆๆ หาปั๊มไม่ได้เลยซักกะที่! นานมากกกกก แทบตายกันเลย มือนี่จิกเบาะจนจะเป็นรูอยู่แล้ว พระเจ้าาาาาาา~ ปวดฉี่อย่างร้ายแรงที่สุดในชีวิต!!!

พอได้ฉี่เรียบร้อย ขึ้นมาหมดแรงเลย หลับๆๆๆ ไปจนเข้าซอยบ้านน่ะแหละ ถึงเพิ่งรู้ตัว - -" เหมือนฝันร้ายนะ พอลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นบ้านเบียดๆกัน แทนที่จะเป็นต้นไม้ อย่างที่เห็นก่อนหลับไปน่ะ


{สำหรับคนรีเควสต์จะเห็นหน้าไอ่ปอ -*-}




ดูสิ จบแล้ว!
ก็บอกแล้วเห็นมั้ย ว่ามันไมได้เป็นการไปเที่ยวที่จริงจังอะไรเลย แต่เรากลับรู้สึกว่าแบบนี้แหละถึงจะเรียกว่า... 'ไปเที่ยว' เพราะรู้สึกว่าได้พักผ่อน ได้สบายใจ ได้อบอุ่น ได้อิ่มเอิบ

จริงๆเพิ่งเคยไปเที่ยวกับครอบครัวใหญ่ๆแบบนี้ครั้งแรก จะว่าไปกับบ้านตัวเองยังไม่เคยได้ไปไหนแบบสบายๆอย่างนี้เลยมั้ง ถ้าไปก็มีแบบไปแย่งกันเที่ยว แต่ไม่เคยไปแบบไม่ต้องรีบร้อนแบบนี้น่ะ ทุกอย่างดูสบายๆหมดเลย แบบจะไปกินข้าวที่ไหน จะแวะเมื่อไหร่ ก็เหมือนจะคิดกันตอนนั้นน่ะ ไม่ได้มีแพลนไว้ล่วงหน้า เป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไหร่หรอก แต่ก็ชอบ ^^ การได้อยู่กับครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีจริงๆนะจ๊ะ ทุกคน

ล่าสุดเพิ่งอ่านเรื่อง Harogomo - ปีกนางฟ้า ที่ล้างสมองเราให้เป็นคนรักญาติพี่น้อง เพื่อนๆ คนรอบข้างไปเรียบร้อยแล้ว ในหนังสือชอบพูดพร่ำถึงความสำคัญของสิ่งรอบตัว ทั้งธรรมชาติ ทั้งคนคุ้นเคยกันอย่างคนที่บ้าน จะมีอยู่ตอนนึงที่เค้าบรรยายถึงความรู้สึกอิ่มเอิบใจ เวลาที่ได้นั่งกินอุด้งกับคุณย่า ว่ามันมีความสุขยิ่งกว่าความรู้สึกรักของหนุ่มสาว อบอุ่นใจมากกว่าการได้กอดรัด ..อะไรทำนองนั้น เมื่อวานตอนนั่งกินข้าวด้วยกันกับที่บ้าน หรือตอนอยู่ในรถแล้วแอบถ่ายรูปกันตอนหลับ หัวเราะด้วยกัน ก็รู้สึกแบบนั้นเลย รู้สึกอุ่นๆ มีความสุขว่ะ ทั้งที่คนต่างวัย จะมาสนุกพร้อมๆกันเนี่ย... ไม่ใช่เรื่องทำได้ง่ายๆหรอก แต่พอได้หัวเราะพร้อมๆกันแบบนั้นมันก็เลยรู้สึกว่า....เออ เป็นเวลาที่มีค่าจังเลย

แล้วก็กลับมาคราวนี้ มีความตั้งใจอีกหนึ่งอย่างว่า อนาคตจะเก็บตังซื้อรถ ซื้อกล้องดีๆ แล้วก็ขับไปเรื่อยๆ ตามถนนแบบนี้แหละ ไม่ต้องไปเที่ยวอะไรเป็นการเป็นงาน จะไปดูต้นไม้ จะไปถ่ายรูปให้หนำใจ แถมคราวนี้รู้สึกชอบหน้าฝนไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ^^ รู้สึกว่าหน้าฝนนี่สนุกดี เย็นๆ ชุ่มชื่นดี ชอบจันทบุรีด้วย ทั้งที่ก็ไปมาไม่รู้กี่ครั้ง ชอบต้นไม้ใหญ่ๆ ชอบสวน ชอบเงาะแดงๆ ที่อยู่ข้างถนน เป็นจังหวัดที่ไม่ค่อยมีอะไรก็จริงนะ แต่ความไม่มีอะไรนี่แหละ... เราว่ามันเหมาะกับการไปเที่ยว ในความหมายของเราว่ะ