ไปนิทรรศการต้มยำปลาดิบมาแล้วครั้งนึง  เมื่อวันศุกร์ ก่อนสงกรานต์  แต่คิดว่าจะไปอีก (-3-) เพราะว่าชอบมาก!  นี่มันสวนสนุกชัดๆ !!  แต่รู้สึกว่ายังดูอะไรได้ไม่ทั่วเท่าไหร่เลย  เพราะว่ารีบด้วยล่ะมั้ง  รีบพาพงศ์ไปช้อปปิ้งต่อ  อีนี่...เบียดเบียนความสำราญกันซะจริง  เป็นนิทรรศการเล็กๆ แต่สนุกจัง  จะว่าเล็กก็ไม่เชิงนะถ้าดูจากชื่อศิลปินล่ะก็..  สำหรับคนสนใจเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่  บ้านจิมทอมป์สัน  นะคะ  ปิดเทอมว่างๆงี้ไปหาอะไรสนุกสนานแบบไม่เสียตังทำกันดีกว่า  ฮ่าๆๆ นี่ก็เน้นไม่เสียตังเรื่อยเลย -*- 

เอาแหละ! ข้างล่างนี่คือสิ่งที่เขียนพอกลับมาบ้านวันนั้น.. ไม่ค่อยยุติธรรมไปหน่อยเพราะเล่าละเอียดยิบแค่ไม่กี่งานเอง(ความจริงแค่งานเดียวด้วยซ้ำเหอะ..) เป็นเพราะว่าเขียนทิ้งเอาไว้แล้วเกิดขี้เกียจพอกลับมาอีกทีก็จำอะไรไม่ได้แล้ว  ไม่อยากเขียนไอ้ที่ไม่ค่อยมั่นใจน่ะ ^^"  แล้วคราวนี้เขียนแบบบ้าบอ  ฮ่าๆ  เอาสาระอะไรไม่ได้นักหรอก  เพราะไม่ใช่พวกสันทัดกรณีอยู่แล้ว~ เขียนขำๆ ก็อ่านขำๆ เนอะ

 




section #1

บ่ายที่แสนจะร้อนอบอ้าว  มันเย็นสดชื่นอย่างประหลาดเมื่อเราสองคนมาหยุดยืนอยู่ใต้ชานเรือนไม้ทรงไทยที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใบเขียว... บ้านจิมทอมป์สันมีนักแสวงหาศิลปะมาเยี่ยมเยียนไม่ขาด  ฉันผู้ซึ่งแทบละลายกับแดดร้อนจัดของกรุงเทพ  มองนักท่อง-เที่ยวเหล่านั้น  นั่น,แบ็คแพ็คใบโตๆ ..มันคิดว่ากรุงเทพเป็นป่าเขาหรือวะ ถึงต้องหอบของมากมายไปไหนมาไหนตลอดเวลา, เสื้อยืดพื้นๆ ไม่ก็ลายเบียร์สิงห์ กับกางเกงห้าส่วนสีกากี..เอาเข็มขัด หมวก กะผ้าพันคอหน่อยไหม? พ่อลูกเสือชาวบ้าน, ขนหน้าแข้งอุยๆสีทองแบบไม่ต้องมาย้อมหลอกๆ เหมือนสาวไทยที่เผอิญขนดกแต่คร้านจะแว๊กซ์เลยย้อมสีบังหน้าซะ, และยังอื่นๆ อีกมากมายที่ดูหน้าตาคล้ายกันไปหมด.. ฉันตาลาย  โอ, หรือใครใช้วิชานินจาแยกร่างลอบทำร้ายพวกเราอยู่กันนะ? 

เราพากันไต่บันไดไม้ขึ้นไปชั้นสองตามแผนในหัว  ฝรั่งพุงพลุ้ยกับแหม่มสาวผมหยิกขอดดึงความสนใจเราไว้ไม่ได้อีกต่อไป (ใช่, ถ้าเป็นหนุ่มปลาดิบ-วาซาบิ-ซาชิมิ-อุด้ง ล่ะก็.. เราคงอยากจะแนบชิดแล้วชักชวนเค้า "ขึ้นห้อง" ไปด้วยกันเป็นแน่แท้ อิอิ)

ฉันเดินมึนๆ ไปหยิบสูจิบัตรสีแดงสะท้านที่ตัดฉับด้วยตัวอักษรสีขาววางเลย์เอาท์เรียบง่ายได้ใจความ...แต่นั่นล่ะ ญี่ปุ๊น-ญี่ปุ่น  "ขาว-แดง-เรียบง่าย"  แล้วอยู่ๆเสียงแหววี้ดว้ายก็ดังขึ้น

"แอร๊ยยย  ตุ๊กตากระแด่ดดด!  มีสีให้ระเบยเด้ยย---"
(ว้าย ตุ๊กตากระดาษ! มีสีให้ระบายด้วย)

ชะนีหนุ่มเพื่อนรักอุทานอย่างชอบอกชอบใจ  กรีดนิ้วมือหยิบกระดาษเอสี่ ที่ซีร็อกซ์ไว้เป็นลายตุ๊กตาผู้หญิงใส่บิกินี่ ล้อมด้วยเสื้อผ้าหลากหลายแบบและวัฒนธรรม  ทั้งกิโมโน  ชุดลำลองแบบสากล  รวมไปถึงกระโปรงผ้าทอยาวกรอมเท้า  เดือยยื่นตรงสองบ่าอันเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นตุ๊กตากระดาษ  ชะนีหนุ่มตั้งท่าถกแขนเสื้อค้นหาสีชอล์กในโหลแก้วตรงหน้าอย่างสาแก่ใจ  ฉันหันหลังให้ประตูห้องจัดแสดงนิทรรศการตรงหน้า  บ้าจี้..หยิบตาม  เออสนุกเว้ย! ระบายสีกัน~  ขณะที่พวกเรากำลังระรื่นจนเกือบลืมจุดมุ่งหมายสำคัญไปเสียสิ้นอยู่นั้น

"น้องครับ  มานั่งระบายสีข้างในก็ได้นะ ข้างนอกมันร้อน"

พี่ผู้ชายตัวเล็กๆ โผล่หน้าออกมาเรียกพวกเราด้วยน้ำเสียงใจดีแบบที่ไม่ได้หลอกไปขายแน่ๆ  ฉันและเพื่อนตวัดสายตาเช็คอุณหภูมิ "ข้างนอกมันร้อน" ที่พี่เขาว่าเพียงครู่  จากนั้นเราสองก็แทบจะถลาเข้าไปตามเสียงเรียกแห่งสวรรค์

ช่ายยย...นี่มันสวรรค์(ชั้นสอง ไม่ใช่ชั้นเจ็ด) แถมยังมีภูเขาฟูจิเสียด้วย!  งานศิลปะชิ้นแรกตั้งตระหง่านรอรับเราที่เบรกกันหน้าทิ่มด้วยวิ่งเข้าไปเร็วสุดแรง  ผ้าสีฟ้าสดมีลายดอกสีขาว ไม่ค่อยต่างอะไรกับลายผ้านวมตามชั้นวางในห้างตรงแผนกเครื่องนอน  ผิดแต่มันผืนใหญ่โต ตระหง่านคลุมอะไรสักอย่างจนได้รูปได้ร่างเหมือนภูเขาย่อมๆยังไงยังงั้น  ขนาดของภูเขาฟูจิลายดอกลูกนี้กินพื้นที่จัดแสดงไปหนึ่งในสาม  ข้างบนเหมือนปากปล่องที่อาบด้วยหิมะสีขาว  มีรูปใบหน้ายิ้มแย้มติดเอาไว้สามด้าน  อา..ฉันนึกถึงใบหน้าจอร์จ วอชิงตัน บนเมานท์รัชมอร์   ขึ้นมาทำไมไม่รู้  แต่มันไม่คล้ายกันสักนิด  อา..ฉันฟุ้งซ่านเต็มที่  ขอบพระคุณมือที่มาคอยกระชากลากถูในตอนนั้นของเพื่อน... ชี(ออร์ ฮี?) พาฉันมาหยุดหน้าผนังยาวที่มีรูปภาพแบบเด็กวาดแปะอยู่เต็มไปหมด  มันอยู่ในส่วนเดียวกับภูเขาสีฟ้าลายดอกนั่นแหละ 



และนี่ คือส่วนจัดแสดงผลงานของ Ozawa Tsuyoshi เอ? ประวัติของเขารวมทั้งผลงานและแนวการทำงาน  ฉันลืมไปหมดแล้ว...อันที่จริงฉันเพียงกวาดสายตาอ่านเร็วๆ แล้วมาหยุดที่เปเปอร์ไกด์ของคุณโอซาวะ

Everyone Likes Someone As You Like Someone
ทุกคนชอบใครบางคนเหมือนที่คุณชอบใครบางคน  

ฉันนับถือการคิดชื่อผลงานที่มีเสน่ห์แบบนี้ว่ะ  ความซับซ้อนที่แสนเรียบง่าย  นี่คือเรื่องสนุกอย่างแรก.. ในเปเปอร์ไกด์บอกให้เรา วาดรูป -คนที่รัก- ลงไปในไปรษณียบัตรแล้วนำไปหย่อนบนปากปล่องภูเขา...!  เราเลือกหยิบซองที่วางตั้งอยู่ข้างๆ มาคนละซองตามคำอธิบายของพี่คนเดิม  ในนั้นจะมีไปรษณียบัตรอยู่สองแผ่น  แผ่นหนึ่งมีชื่อกับอายุและรูปเขียนไว้แล้ว  ส่วนอีกแผ่นจะว่างเปล่าเว้นเอาไว้ให้เรา  เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนโดยที่เราจะได้ไปรษณียบัตรที่วาดรูปแล้วเป็นที่ระลึก  ฉันหยิบได้ของเด็กผู้ชายที่ชื่อ Hugo Brice อายุ  9 ขวบ  มาจาก Queensland Art Gallery  รูปของเขาเขียนว่า i'm a boy เด็กชายฮิวโก้อาจจะเข้าใจอะไรผิด  หรืออาจจะต้องการบอกถึงความนับถือตัวเองก็ได้  ฮ่าๆ  จะยังไงก็แล้วฉันก็ชอบภาพที่ไม่ใคร่จะตั้งใจวาดของเขานะ.. แล้วพวกเราก็จับจองโต๊ะตัวเล็กๆ ที่มีโหลใส่สีเมจิกกับสีชอล์กเหมือนตาม nursery เชียวล่ะ  เราวาดรูปกันสนุกสนาน  เสียงหัวเราะของเรามันอาจไร้มารยาทอยู่บ้างสำหรับการชมนิทรรศการศิลปะ  แต่สำหรบงานแสดงครั้งนี้  ฉันว่า...เสียงหัวเราะคือบรรยากาศสำคัญที่ศิลปินอยากให้มีเกิดขึ้นเลยแหละ ^^  ซักพักมีชายหญิงต่างชาติอีกคู่มาขอแบ่งปันสีกับเรา.. ช่วงเวลาที่คนแปลกหน้าต่างภาษาแต่สามารถสื่อกันเข้าใจด้วยสายตาและรอยยิ้มนั้นทำให้ฉันนึกถึงเรื่องดีๆ อีกมากมาย  อย่างเช่น การช่วยเก็บเศษตังค์ขอทานที่โดนคนเดินผ่านไปมาเตะกระป๋องบนสะพานลอย  ไปจนถึงผู้ชายในชุดพรางสีเหมือนใบไม้แห้งกรอบกับเด็กๆ ผมดำในดินแดนที่ฟุ้งไปด้วยไอฝุ่น.... จะยังไงก็ตาม โต๊ะตัวเล็กๆ ที่เลอะเทอะด้วยสีมากมายมันดูเหมาะเจาะลงตัว  ไม่ว่าจะกับฉัน, คู่รักฝรั่งผมทอง, หรือพี่ผู้หญิงในชุดสีขรึมดูทางการกับทรงผมมัดตึงเคร่งเครียด.. ทุกคนเดินเข้ามาด้วยต่างบานประตู  แต่เมื่อนั่งก้มหน้าก้มตาระบายสีอยู่กับโต๊ะตัวนี้แล้ว...มันก็ยังดูเหมาะเจาะกันอยู่ดี  ฉันเริ่มเข้าใจที่  "ฉัน" ในเรื่อง หญิงสาวผู้หวาดกลัวความสุข ของ โยชิโมโตะ บานาน่า  ได้มองเห็นในคนไข้ของเขาขึ้นมาหน่อยๆแล้ว  -ทุกคนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว-


เอาละ กลับมาที่ฉันและชะนีที่รัก  ถึงจุดไคลแม็กซ์ของกิจกรรม  นั่นคือการไปหย่อนไปรษณียบัตร  เราสลัดรองเท้าแล้ววิ่งถลาขึ้นไปบนภูเขาผ้านวม! เนื้อผ้าลื่นๆ กับข้างในที่น่าจะเป็นไม้กระดานลาดเอียงอย่างนั้น  สาบานว่าหากใครไม่มีทักษะการปีนทวนสไลเดอร์ล่ะก็..(อนึ่่ง ปีนทวนสไลเดอร์  เป็นหนึ่งในทักษะที่เด็กอนุบาลผู้ช่ำชองการสไลเดอร์แล้วพอสมควร  จะต้องผ่านการทดสอบ  ซึ่งถือเป็นบทสำคัญ  ก่อนจะริ "ทะโมน" ในขั้นต่อๆไป) เราหย่อนภาพของเราลงไปในรูปปากยิ้มบนปากปล่อง  ทั้งที่ยังสงสัยว่าทำอย่างนั้นไปทำไม?  พี่ใจดีอธิบายเราชัดแจ้งอีกครั้งเมื่อเราได้ทะโมนกับการปีนขึ้นปีนลงภูเขาอย่างไม่อายสายตาและอายุของเราจนหนำใจ.. รูปภาพในนิทรรศการครั้งนี้เป็นของเด็กๆชาวออสเตรีย  ส่วนภาพของเราที่นอนแอ้งแม้งอยู่ก้นภูเขานั้นซักวันหนึ่งข้างหน้าก็อาจถูกใครซักคนนำไปเก็บเป็นภาพที่ระลึกบ้างก็ได้  ฉันถามว่า  แล้วครั้งต่อไปจะจัดที่ประเทศไหนคะ?  พี่บอกว่า.. ญี่ปุ่น


"ทุกคนชอบใครบางคนเหมือนที่คุณชอบใครบางคน"

วันนี้ฉันได้รับภาพคนที่เด็กชายฮิวโก้รัก... และซักวัน  ใครคนหนึ่งที่เกาะญี่ปุ่นจะมีภาพของคนที่ฉันรัก  มันคือการแลกเปลี่ยนความรัก...ความรักที่วนเวียนไปมาไม่สิ้นสุดบนโลกใบนี้  ในความเป็นจริงเราไม่อาจแลกเปลี่ยนความรักได้  แต่ถ้าจะหมายถึงการแบ่งปันล่ะ...?





section #2

อย่างที่บอกไว้แต่หัวเอนทรี่  ที่เล่าอย่างละเอียดก็เลยมีแค่งานเดียว  ส่วนข้างล่างต่อไปนี้มาเขียนเอาวันนี้จ้ะ.. -*-  มันก็ไม่ได้ห่างกันนานเท่าไหร่นะ  แต่ด้วยความสมองง่อยสุดขีด  ก็เลยลืมไปแทบจะหมดแล้ว! ประกอบกับช่วงหลังไม่ได้ดูอย่างตั้งใจ  ซึ่งเป็นความพลาดมหันต์สำหรับนิทรรศการที่มีหลายต่อหลายผลงานแบบนี้  ขอโทษด้วยที่ดูเหมือนจะประทับใจกับแค่งานแรกอย่างเดียว  แต่ทุกงานมีความพิเศษหมด  แค่ไม่ได้เอ่ยถึง(ด้วยความที่สมองง่อย...) 



เราขอแนะนำให้คุณมุ่งมาทางผลงานนี้ด้านซ้ายของภููเขาฟูจิทันทีที่คุณระเริงรื่นกับสไลเดอร์ดังที่ว่าเสร็จ  เพราะความเป็นเด็กที่ถูกปลุกขึ้นมาแล้วจะสานต่ออย่างไม่สะดุด!



Dress Up Anime เป็นงานเก๋ๆ ที่ผสมการดีไซน์กับงานแอนิเมชั่น  ของพี่ตั้ม และคุณฮิโรกะ.. (ใช่ไหม? วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์  คือ คุณฮิโรกะผู้แปล ฮิโตะคะเกะ-หญิงสาวผู้หวาดกลัวความสุข? อันนี้ไม่แน่ใจแฮะ แต่เห็นนามสกุลแล้วคุ้นไง  ไม่แน่ใจไม่ฟันธงแต่คงใช่..อืม พวกในกะลาก็อย่างนี้  จะพูดอะไรทีเอาแน่นอนไม่ได้เล้ยย)  อันนี้สนุกสนานอีกเหมือนกัน  ร้องกรี๊ดกร๊าดกันลั่นห้องเลยทีเดียว.. ห้องจัดแสดงแยกออกมาต่างหากเพราะมีจอที่เป็นงานแอนิเมชั่นของพี่ตั้ม  และแขวนชุดแปลกๆ ที่เราคงไม่ได้เห็นใครใส่เดินบนถนน(อย่างน้อยก็เมืองไทย) เรากระโจนไปหยิบชุดมาใส่กันตามคำสั่งในเปเปอร์ไกด์ที่แปะอยู่ข้างผนัง.. ดีไซน์ของชุดมีสองแบบ  คือ วงกลม กับ สี่เหลี่ยม  งงกันล่ะสิ  ว่าชุดแบบนี้กับงานแอนิเมชั่นมันเกี่ยวกันได้ไง?  ก็เหมือนฉันตอนแรกๆนั่นละ  แต่เมื่อลองทำตาม... มันคือเกมสนุกๆ ล้นครีเอท! 

แต่อย่างที่บอกไว้แต่แรกว่าอย่าลืมความเป็นเด็ก  แล้วมาสนุกไปกับการเอาตัวมาเคลื่อนไหวให้เป็นส่วนหนึ่งของแอนิเมชั่นกัน!  เกมแรกคือใส่ชุดวงกลมโดยที่จะมีเรื่องของเจ้าหญิงมะม่วง  ยานอวกาศ  แล้วก็นก..!  ไม่อธิบายดีกว่าว่าต้องทำอะไรยังไง  เดี๋ยวไปเล่นแล้วจะไม่สนุกเอา ^^  ปล่อยให้ไปวิ่งโวยวายเหมือนฉันดีกว่า  วะฮ่าๆ  ส่วนที่สองคือใส่ชุดสี่เหลี่ยม... ทำตามทั้งหมดดูจะรู้ว่ามันเก๋มากๆ two thumbs up!


จากนั้นเดินลอดข้างหลังจะผ่านตู้กระจกที่โชว์ผลงานภาพเขียนของ  Morimura Yasumasa และงานผ้ามัดเทคนิคไทยๆ กับรูปแบบกิโมโนอลังการของคุณจารุพัชร อาชวะสมิต   ไม่มีรูปบีคอส...ไม่ได้ถ่าย  ^^" ตรงข้ามกันอีกฝั่งเป็นภาพเขียนของ  Nara Yoshitomo กับเด็กเปรตที่เป็นเอกลักษณ์.. ขอโทษที่เรียกเด็กเปรตนะ  แค่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ฮ่าๆ  คุณคนนี้มักจะวาดภาพเด็กที่ดู ร้ายเดียงสา  มีเขี้ยว หน้าขาวซีด  ตาเหลืองเหมือนสัตว์ป่าดุร้าย  แล้วก็ภาพเด็กที่ให้อารมณ์หดหู่  เศร้าซึม  ไม่รู้เป็นไรจู่ๆคิดถึงงานสารนิพนธ์ของพี่ปิ๊กขึ้นมา.. ว่าจะไปขอซื้อเก็บซักเล่ม >__<  เอาและๆ นอกเรื่องงงง


หลังจากภาพเขียนหมดแล้ว  เราก็เข้าไปในโซนหนังสั้นของ พี่เจ้ย-อภิชาติพงษ์ เสียที! เดินผ่านไปผ่านมาฟังเสียงหนังอยู่นาน.. หนังสั้นเรื่องนี้ชื่อว่า  มรกต - Emeral ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรื่องกามนิตที่พูดถึงดวงดาวสองดวงพูดคุยกันจนดับสลายไปในที่สุด  ส่วนเรื่องมรกต  เป็นชื่อของโรงแรมในกรุงเทพที่ปิดตัวไปในช่วงของความเปลี่ยนแปลงหลายๆด้านในประเทศ  โอ้ย..ไม่พูดไรมากดีกว่า เพราะส่วนหนึ่งลืม(สำคัญสุด)และส่วนหนึ่งคือ.. นอกจาก mv เพลง เพราะฉันและเธอ ของพี่เพชร โอสถานุเคราะห์  ดิฉันก็ไม่เคยดูงานของอภิชาติพงษ์เลยจริงๆ !!  แต่อยากบอกว่าภาพสวยมาก... มากจริงๆ  แต่ไม่กล้าตีความอะไร  เพราะว่าไม่สันทัดกรณี  แต่ความรู้สึกที่ดูมันอวลๆ แล้วในที่สุดก็สงบไป... สงบไปกับกลอนที่ยังต่อไม่จบของป้าเจน

 

จบแล้ว section #2  ที่ง่อยๆ ไปนิด... ไปคราวหน้าจะเกี่ยวให้ได้มากกว่านี้ !!  ยังไม่รู้จะไปมั้ย  แต่งานนี้มี workshopน่าสนใจเยอะเลยแหละ   พลาดแล้วจะเสียดาย ^^" ไงก็เข้าไปเช็คโปรแกรมกันดูที่  บ้านจิมทอมป์สัน  กับ เจแปนฟาวด์เดชั่น  ดูนะจ๊ะ  ไม่ว่าจะชอบกินปลาดิบหรือไม่ชอบก็สมควรไปดูอย่างยิ่งยวด !!!!





 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โชคดี ที่บังเอิญได้อ่านบทความชิ้นนี้ก่อนไป

เป็นการตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้นว่า
ไม่สมควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

#1 By kitt on 2008-04-18 13:14

confused smile confused smile สนุกดีเน๊าะopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#2 By (^_^)/nana on 2008-04-18 14:02

ไปมาแล้วๆๆแต่ไปตอนใกล้จะปิดนะสิsad smile confused smile open-mounthed smile

#3 By nonworld on 2008-04-18 14:26

ไม่ทราบว่ามึงแต่งฟิกเหรอวะ กูยังอ่านไม่จบหรอก เพราะมันยาวมากกกกกกกก wink

#4 By ☆Kiit0☆ on 2008-04-18 18:32

ไปมาเหมือนกันconfused smile

#5 By wesong on 2008-04-18 20:32